⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 341/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 341/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฎีกาที่มิได้ระบุข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ประสงค์จะยกขึ้นอ้างอิง หรือข้อผิดพลาดของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ถือเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกล่าวในฎีกาเพียงว่า "จำเลยขอให้การกลับคำให้การในชั้นสอบสวนและในชั้นศาลทุปกระการและทุกถ้อยกระทงความ โดยจำเลยขอให้การว่ามิได้กระทำความผิดตามคำกล่าวหาของพนักงานสอบสวนและคำฟ้องของโจทก์" โดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จำเลยประสงค์จะยกขึ้นอ้างอิงในชั้นฎีกาแต่ประการใด ทั้งมิได้กล่าวอ้างว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีไม่ถูกต้องในข้อใดอย่างไรฎีกาเช่นนี้ไม่เป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรค 2 ประกอบด้วยมาตรา 225 และมาตรา 216

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน กับมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ลูกระเบิดที่ใช้เฉพาะแต่ในราชการสงคราม ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและจำเลยกับพวกถูกกล่าวหาว่ามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ เมื่อตำรวจแสดงตัวเข้าจับกุมจำเลย จำเลยต่อสู้ขัดขวางโดยร่วมกันใช้อาวุธปืนและวัตถุระเบิดยิงต่อสู้ เป็นเหตุให้ว่าที่พันตำรวจเอกประสพกับพลตำรวจสมัครถึงแก่ความตาย ส่วนตำรวจอื่นหลบทันจึงไม่ตาย แต่สิบตำรวจโทอุทัย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๑๔๐, ๒๙๖, ๒๘๙, ๒๘๙, ๘๐, ๘๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ และริบของกลาง จำเลยที่ ๑ ให้การว่ามีปืนพกสั้นกับกระสุนและอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย แต่ไม่ได้ยิงตำรวจ จำเลยที่ ๒ ให้การว่ามีปืนอาการ์กับกระสุนและลูกระเบิด ตอนแรกไม่ได้ยิงตำรวจแต่เมื่อตำรวจยิงเข้าไป นางสาวรัตน์ซึ่งเป็นหัวหน้าสายสั่งให้ยิง จึงยิง จำเลยที่ ๓ ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิด และไม่มีอาวุธใด ๆ แต่รับว่าอยู่ในที่เกิดเหตุจริง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๑๔๐, ๒๘๙, ๒๘๙ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐, ๘๓ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๙ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสาม ของกลางทั้งหมดให้ริบ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เพราะยื่นเมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นฎีกา คงสั่งรับเฉพาะฎีกาของจำเลยที่ ๓ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าจำเลยที่ ๓ กล่าวในฎีกาเพียงว่า "จำเลยขอให้การกลับคำให้การในชั้นสอบสวนและในชั้นศาลทุกประการและทุกถ้อยกระทงความ โดยจำเลยขอให้การว่ามิได้กระทำความผิดตามคำกล่าวหาของพนักงานสอบสวนและคำฟ้องของโจทก์" โดยจำเลยที่ ๓ มิได้ระบุข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จำเลยประสงค์จะยกขึ้นอ้างอิงในชั้นฎีกาแต่ประการใด ทั้งมิได้กล่าวอ้างว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีนี้ไม่ถูกต้องในข้อใดอย่างไร ฎีกาของจำเลยที่ ๓ เช่นนี้ไม่เป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๓ วรรค ๒ ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๒๑๖ ศาลฎีกาวินิจฉัยให้ไม่ได้ พิพากษาให้ยกฎีกาจำเลยที่ ๓ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 341/2522 พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ โจทก์ นางทองจันทร์ หรือปุ่ง หรือประกาศ ศรีนวล กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ · ล. - นางทองจันทร์ หรือปุ่ง หรือประกาศ ศรีนวล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรัส เขมะจารุ · โสพิทย์ คังคะเกตุ · ธาดา วัชรานันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายบุญสิน ตุลากัน · ศาลอุทธรณ์ - นายอำนวย เปล่งวิทยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539ฎีกา 6344/2551ฎีกา 472/2539ฎีกา 3374/2566ฎีกา 250-251/2536ฎีกา 4952/2536ฎีกา 5239/2540ฎีกา 1604-1605/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา