⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 620/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 620/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่บุคคลหนึ่งใช้บุคคลอีกคนหนึ่งนำเรือไปรับจ้างบรรทุกสินค้า ถือว่าผู้ใช้เป็นตัวแทนของผู้รับจ้าง และต้องรับผิดร่วมกันในละเมิดที่เกิดขึ้นจากการกระทำของผู้รับจ้าง 2. เอกสารสูติบัตรที่ระบุว่าบิดามารดาเด็กมิได้จดทะเบียนสมรสกัน ไม่สามารถลบล้างพยานหลักฐานอื่นที่แสดงว่าบิดามารดาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยามาก่อนได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ใช้จำเลยที่ 1 นำเรือไปรับจ้างบรรทุกสินค้าแทนจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ตกลงทำกิจการนั้นถือได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ในละเมิดที่จำเลยที่ 1 ขับเรือทำให้บุตรโจทก์ตาย เอกสารสูติบัตรที่ว่าบิดามารดาเด็กมิได้จดทะเบียนสมรสกันเมื่อ 20 ปีมาแล้ว เป็นแต่การกะประมาณเมื่อแจ้งการเกิดของบุตรไม่ลบล้างพยานหลักฐานและสำเนาทะเบียนบ้านที่ว่าบิดามารดาอยู่กินด้วยกันมากว่า 40 ปีก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.127 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.427

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 30,000 บาท กับดอกเบี้ย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ผู้ตายมิใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าขาดไร้อุปการะและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ฝ่ายโจทก์มีตัวโจทก์และนางบุญชู ภิรมย์เนตรบิดามารดาของนายบุญเลิศผู้ตายเป็นพยานเบิกความว่าโจทก์กับนางบุญชูเป็นสามีภริยากันตั้งแต่โจทก์อายุ 16 ปี นางบุญชูอายุ 17 ปี อยู่กินด้วยกันเป็นเวลา 7 - 8 ปี จึงเกิดนายสนองบุตรคนแรก ปรากฏตามสำเนาทะเบียนบ้านเอกสาร จ.1 ว่า โจทก์เกิด พ.ศ. 2461 นางบุญชูเกิด พ.ศ. 2460 นายสนองเกิดพ.ศ. 2485 ใน พ.ศ. 2518 โจทก์อายุ 57 ปี นางบุญชูอายุ 58 ปี นายสนองอายุ 33 ปี เมื่อคำนวณระยะเวลาดังกล่าวย้อนหลังขึ้นไป แสดงว่าโจทก์กับนางบุญชูอยู่กินเป็นสามีภริยากันมาจนถึง พ.ศ. 2518 เป็นเวลาประมาณ 40 ปีแล้ว ก่อนประกาศใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2478 เป็นต้นไป ที่จำเลยอ้างว่าโจทก์เคยแจ้งการเกิดของนายบุญเลิศต่อนายทะเบียนอำเภอบางใหญ่เมื่อ พ.ศ. 2499 ว่าโจทก์กับนางบุญชูอยู่กินกันมานาน 20 ปีโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ดังปรากฏตามสำเนาสูติบัตรเอกสาร จ.2 ข้อ 28 แสดงว่าโจทก์กับนางบุญชูอยู่กินเป็นสามีภริยากันหลังจากประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 แล้วนั้นศาลฎีกาเห็นว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงหลักฐานแจ้งการเกิดของบุตรโจทก์และระยะเวลาที่อยู่กินเป็นสามีภริยากันตามที่โจทก์แจ้งต่อนายทะเบียนก็เป็นการกะประมาณเอาเท่านั้น ไม่พอฟังเป็นหลักฐานที่ถูกต้อง ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าโจทก์กับนางบุญชูเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ตายเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ โจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าขาดไร้อุปการะ โจทก์มีอำนาจฟ้อง" ฯลฯ "ส่วนข้อที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า ตามกฎหมายลักษณะตัวการตัวแทน มีได้เฉพาะการให้ทำนิติกรรมแทนตัวการเท่านั้น การที่จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1ขับเรือไปรับจ้างบรรทุกสินค้า การให้ขับเรือไม่ใช่การทำนิติกรรม แม้จำเลยที่ 1จะประมาทเลินเล่อ จำเลยที่ 2 ก็ไม่ต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดของจำเลยที่ 1ศาลฎีกาเห็นว่าการที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของเรือให้จำเลยที่ 1 นำเรือไปรับจ้างบรรทุกสินค้าแทนจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 1 ตกลงทำกิจการนั้น ถือได้ว่าจำเลยที่ 1เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลละเมิดของจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 427" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 620/2522 นายแสวง ภิรมย์เนตร โจทก์ นายสมชาย จันทรโสภี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแสวง ภิรมย์เนตร · จำเลย - นายสมชาย จันทรโสภี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสพิทย์ คังคะเกตุ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · จินดา บุญศิริ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 763-766/2495ฎีกา 175/2530ฎีกา 484/2493ฎีกา 4052/2567ฎีกา 1611/2512ฎีกา 2806/2526ฎีกา 922/2522ฎีกา 694/2531ฎีกา 2438/2535ฎีกา 4622/2557ฎีกา 235/2538ฎีกา 6164/2533ฎีกา 7066/2539ฎีกา 389/2541ฎีกา 484/2486ฎีกา 1211/2518ฎีกา 3267/2540ฎีกา 7549/2538ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 949/2537ฎีกา 9313/2559ฎีกา 1726/2536ฎีกา 2611/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา