คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 72/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาเช่าระงับไป ผู้เช่าไม่มีสิทธิอยู่ในที่ดินที่เช่าอีกต่อไป และต้องขนย้ายทรัพย์สินของตนเองออกจากที่ดินนั้นด้วย
ย่อคำพิพากษา
ฎีกาของจำเลยที่มิได้คัดค้านว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ชอบอย่างไรนั้นเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารให้ขนย้ายทรัพย์สินออกจากห้องพิพาทของโจทก์และปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์ แม้ฟังว่าห้องพิพาทเป็นของจำเลย แต่ห้องนั้นก็อยู่ในที่ดินซึ่งจำเลยเช่าจากโจทก์ เมื่อสัญญาเช่าระงับไปแล้วจำเลยก็จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์อีกไม่ได้ ทรัพย์สินใด ๆ ซึ่งอยู่ในที่ดินที่จำเลยเช่า จำเลยต้องเอาออกไปจากที่ดินด้วย ดังนั้น ที่ศาลพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนห้องพิพาทออกไปจากที่ดินของโจทก์ด้วย จึงไม่เป็นการเกินคำขอ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของห้องพิพาทปลูกอยู่ในที่ดินที่โจทก์ได้รับมรดกมาจากสามี จำเลยเช่าห้องพิพาทอยู่ สัญญาเช่าระงับโจทก์บอกกล่าวให้จำเลยขนย้ายออกไปจากห้องพิพาท เพื่อที่โจทก์จะได้ทำการก่อสร้างอาคารใหม่ จำเลยได้รับคำบอกกล่าวแล้วไม่ยอมออกไป ทำให้โจทก์เสียหายขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาทและให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย
จำเลยให้การว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่ใช่เจ้าของที่ดินไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยเป็นเจ้าของห้องพิพาท จำเลยเช่าที่ดินจากเจ้าของเดิมโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา การบอกเลิกสัญญาของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าห้องพิพาท หาได้บอกเลิกสัญญาเช่าที่ดินไม่ จำเลยมีสิทธิอยู่ในที่พิพาท โจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ฟังว่าที่ดินที่ปลูกห้องพิพาทเป็นของโจทก์ ห้องพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย จำเลยเช่าที่ดินพิพาทโดยไม่มีกำหนดเวลาจากสามีโจทก์ โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยออกจากห้องพิพาทแล้ว ถือเสมือนว่าโจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยออกจากที่ดินด้วย เพราะห้องพิพาทปลูกอยู่ในที่ดิน การบอกกล่าวเป็นการบอกเลิกสัญญาเช่าโดยชอบ พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารให้จำเลยและบริวารรื้อถอนห้องแถวพิพาทออกจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เท่ากับค่าเช่านับแต่วันฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อแรกจำเลยฎีกาว่าการบอกเลิกสัญญาเช่าของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
ข้อนี้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงจำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์ จำเลยมิได้ฎีกาคัดค้านว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ชอบอย่างไร จึงไม่รับวินิจฉัย
ข้อต่อมาจำเลยฎีกาว่าโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารให้ขนย้ายทรัพย์สินออกจากห้องพิพาทซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์ ศาลล่างพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร ให้จำเลยและบริวารรื้อถอนห้องพิพาทออกไปจากที่ดินของโจทก์เป็นการพิพากษาเกินคำขอ
ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ฟังว่าห้องพิพาทเป็นของจำเลย แต่ห้องนั้นก็อยู่ในที่ดินที่จำเลยเช่าจากโจทก์ เมื่อสัญญาเช่าระงับไปแล้ว จำเลยก็จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์อีกไม่ได้ ทรัพย์สินใด ๆ ซึ่งอยู่ในที่ดินที่จำเลยเช่า จำเลยต้องเอาออกไปจากที่ดินด้วย การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนห้องพิพาทออกไปจากที่ดินของโจทก์ด้วย จึงไม่เป็นการเกินคำขอ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 72/2522
นางจำเนียร เล็งสำเริง โจทก์
นางซิวเซ็ง แซ่ก้วย ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางจำเนียร เล็งสำเริง · ล. - นางซิวเซ็ง แซ่ก้วย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จันทร์ ระรวยทรง · โสพิทย์ คังคะเกตุ · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสำเนียง ด้วงมหาสอน · ศาลอุทธรณ์ - นายจิรายุ ภัทร มหาวินิจฉัยมน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา