⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 765/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 765/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุริมสิทธิ์ของผู้ขายในมูลค่าอสังหาริมทรัพย์และดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นต่อเมื่อได้จดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์แล้วเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

บุริมสิทธิ์ในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์อันได้แก่ราคาอสังหาริมทรัพย์และดอกเบี้ยที่ค้างชำระนั้นจะมีผลเป็นบุริมสิทธิ์ก็ต่อเมื่อได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ถ้าไม่ได้จดทะเบียนก็ไม่มีบุริมสิทธิแต่อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.273 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.276 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ สืบเนื่องมาจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดที่ ๑๓๙ เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก้โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลย ทรัพย์ที่ยึดในคดีนี้เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ก่อให้เกิดมูลหนี้ตามคำพิพากษาต่อผู้ร้อง ผู้ร้องจึงเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิพิเศษเหนือทรัพย์ที่ยึด ผู้ร้องขอเฉลี่ยหนี้จากการจำหน่ายทรัพย์ที่ยึดโดยบุริมสิทธิพิเศษ โจทก์แถลงไม่คัดค้านคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องโดยยอมรับว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยจริง แต่จำเลยเป็นหนี้โจทก์ในมูลหนี้ค่าซื้อที่ดินแปลงที่โจทก์นำยึดนี้ โจทก์จึงมีบุริมสิทธิพิเศษเหนือที่ดินแปลงนี้ ผู้ร้องแถลงว่า โจทก์ไม่มีบุริมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ยึด ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่ได้บอกลงทะเบียนราคาหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๘๘ โจทก์จึงไม่มีบุริมสิทธิในทรัพย์ที่ยึด ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์รายนี้ได้ตามขอ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ ผู้ร้องที่ ๒ และนางเป้าซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๓๙ ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้จำเลยในราคา ๔๐๘,๐๐๐ บาท ได้รับชำระเงินในวันนั้น ๑๑๘,๐๐๐ บาท ที่เหลือจำเลยสั่งจ่ายเป็นเช็ค ๓ ฉบับ ฉบับแรกสั่งจ่ายเงิน ๒๕,๐๐๐ บาท ฉบับที่สอง ๑๐๐,๐๐๐ บาท ฉบับที่สาม ๑๖๕,๐๐๐ บาท เช็คฉบับแรกขึ้นเงินได้แล้วที่เหลืออีกสองฉบับ ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ได้นำเช็คฉบับที่สองไปฟ้องเรียกเงินจากจำเลย และผู้ร้องที่ ๒ นำเช็คฉบับที่สามไปฟ้องเรียกเงินจากจำเลย ศาลพิพากษาให้โจทก์และผู้ร้องที่ ๒ เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์นำยึดที่ดินแปลงที่ขายให้จำเลยขายทอดตลาด และขอรับชำระหนี้ในฐานะเป็นเจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๗๓ และ ๒๗๖ โดยมิได้จดทะเบียนบอกราคาหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๘๘ คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยว่าโจทก์จะมีบุริมสิทธิในราคาที่ดินและดอกเบี้ยที่จำเลยค้างชำระหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่าโจทก์มีบุริมสิทธิพิเศษตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชบ์มาตรา ๒๗๓ และ ๒๗๖ แล้ว กรณีไม่จำต้องนำบทบัญญัติในมาตรา ๒๘๘ มาร่วมใช้บังคับอีก ศาลฎีกาเห็นว่าบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๘๘ มีความหมายว่า บุริมสิทธิในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์อันได้แก่ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ค้างชำระและดอกเบี้ยในราคาที่ค้างชำระนั้น จะมีผลเป็นบุริมสิทธิก็ต่อเมื่อได้จดทะเบียนบอกไว้เมื่อมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ แต่โจทก์ไม่ได้จดทะเบียนบอกราคาที่ค้างชำระและดอกเบี้ยไว้ โจทก์จึงไม่มีบุริมสิทธิแต่อย่างใด คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๓๕/๒๔๗๗ ที่โจทก์อ้างมา เป็นบุริมสิทธิในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ จะนำมาเป็นบรรทัดฐานในคดีนี้หาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 765/2522 นางระเบียบ เนียมแตง โจทก์ นางนวพรรณ หรือ แก้ว เกตุสิงห์ ล. นายศิริ นฤมิตชัย กับพวก ผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางระเบียบ เนียมแตง · ล. - นางนวพรรณ หรือ แก้ว เกตุสิงห์ · ผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ - นายศิริ นฤมิตชัย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ รัตรสาร · จันทร์ ระรวยทรง · สุไพศาล วิบุลศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายมาโนช เพียรสนอง · ศาลอุทธรณ์ - นายประเทือง วรรณพงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4570/2552ฎีกา 2710/2566ฎีกา 3241/2532ฎีกา 1701/2506ฎีกา 5832/2531ฎีกา 1602/2542ฎีกา 2448/2551ฎีกา 3484/2553ฎีกา 779/2507ฎีกา 3554/2554ฎีกา 2094/2511ฎีกา 7050/2549ฎีกา 1146/2473ฎีกา 2403/2527ฎีกา 2195/2523ฎีกา 843/2565ฎีกา 5954/2549ฎีกา 4791/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา