คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 779/2507
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับจ้างทำของที่ทำการงานขึ้นบนอสังหาริมทรัพย์จะมีบุริมสิทธิได้ก็ต่อเมื่ออสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นของลูกหนี้ และบุริมสิทธิจะจำกัดอยู่เพียงราคาที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
บุริมสิทธิในมูลจ้างทำของเป็นการงานขึ้นบนอสังหาริมทรัพย์กฎหมายให้มีบุริมสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ที่ทำการงานขึ้น และอสังหาริมทรัพย์ที่ทำการงานขึ้นนั้นเป็นของลูกหนี้ กับให้มีบุริมสิทธิเพียงราคาที่เพิ่มขึ้นเท่านั้นดังนี้ เมื่อที่ดินที่ลูกหนี้จ้างผู้ร้องขอรับชำระหนี้ปลูกห้องแถวขึ้นนั้น ลูกหนี้ไม่ได้เป็นเจ้าของ ผู้ร้องขอรับชำระหนี้ก็ไม่อาจมีบุริมสิทธิเกิดขึ้นได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
นายพุก แซ่บ่าง ผู้ร้องขอรับชำระหนี้ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอรับชำระหนี้บุริมสิทธิค่าจ้างทำของจำนวน 226,000บาท ตามที่ศาลพิพากษาตามยอม มีเจ้าหนี้อื่นยื่นคำร้องคัดค้านว่าเป็นหนี้สมยอม
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำความเห็นว่า ไม่ใช่หนี้สมยอมแต่เห็นว่าผลแห่งสัญญาประนีประนอมยอมความทำให้การเรียกบุริมสิทธิของเจ้าหนี้สิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 สมควรให้ได้รับชำระหนี้ในฐานเจ้าหนี้สามัญตามมาตรา 130(8) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายเป็นเงิน 226,000 บาท
ศาลจังหวัดลพบุรีมีคำสั่งเห็นชอบ
ผู้ร้องขอรับชำระหนี้อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยจ้างเหมาให้โจทก์ (ผู้ร้องขอรับชำระหนี้) จัดหาสิ่งของและสัมภาระทำการก่อสร้างห้องแถวบนที่ดินที่จำเลยมีสิทธิครอบครอง ศาลพิพากษาตามยอมให้จำเลยใช้เงินค่าจ้าง 216,000 บาท กับค่าเสียหาย 20,000 บาท รวม 226,000 บาท พร้อมค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยนั้น หนี้ 216,000 บาทเป็นหนี้บุริมสิทธิ์เหนือที่ดินที่โจทก์ผู้รับจ้างได้ทำการก่อสร้างตามมาตรา 275 แม้มีการทำสัญญาประนีประนอมและศาล พิพากษาตามยอมก็ไม่ระงับไปตามมาตรา 282 แต่หาได้มีบุริมสิทธิ์เหนือทรัพย์สินอื่น ๆ ของลูกหนี้ด้วยไม่ ปรากฏว่าจำเลยได้ตกลงซื้อที่ดินที่ทำการปลูกสร้างจากนางชลอแล้วไม่ชำระเงินในกำหนด นางชลอฟ้องเรียกเบี้ยปรับ และยึดทรัพย์ไปแล้ว ฉะนั้น จะขอรับชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่นของลูกหนี้อย่างเจ้าหนี้บุริมสิทธิ์ไม่ได้ ชอบที่จะได้รับชำระอย่างเจ้าหนี้สามัญ พิพากษายืน
ผู้ร้องขอรับชำระหนี้ฎีกาว่า ผู้ร้องอ้างบุริมสิทธิ์เหนือห้องแถวซึ่งเจ้าหนี้ (ผู้ร้อง) รับจ้างทำของไว้ เจ้าพนักงานบังคับคดียึดห้องแถวมาขายทอดตลาด
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 273ระบุให้มีบุริมสิทธิ์เหนืออสังหาริมทรัพย์เฉพาะอย่าง ไม่ใช่ให้เจ้าหนี้มีบุริมสิทธิ์เหนือทรัพย์สินทั่วไปของลูกหนี้ หรือเหนืออสังหาริมทรัพย์ทั่วไป มาตรา 275 วรรคแรกบัญญัติถึงขอบเขตของหนี้และระบุไว้ด้วยว่า ให้มีบุริมสิทธิ์เฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่ทำการงานขึ้นเท่านั้น ส่วนวรรค 2 บัญญัติว่า บุริมสิทธิ์ดังระบุในวรรคแรกจะเกิดมีขึ้นต่อเมื่ออสังหาริมทรัพย์มีราคาเพิ่มขึ้นเพราะการงานที่ทำและให้มีบุริมสิทธิ์เพียงราคาที่เพิ่มขึ้นเท่านั้นพึงเห็นได้ว่า ในเรื่องจ้างทำของเป็นการงานขึ้นบนอสังหาริมทรัพย์นั้น กฎหมายให้มีบุริมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ทำการงานขึ้นและอสังหาริมทรัพย์ที่ทำการงานขึ้นนั้นเป็นของลูกหนี้กับให้มีบุริมสิทธิ์เพียงราคาที่เพิ่มขึ้นเท่านั้นซึ่งแสดงว่า ไม่ใช่ให้มีบุริมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ทำเป็นการงานขึ้น แต่ในคดีเรื่องนี้ได้ความว่า ที่ดินที่จำเลย (ลูกหนี้) จ้างผู้ร้องขอรับชำระหนี้ปลูกห้องแถวขึ้นนั้น จำเลยไม่ได้เป็นเจ้าของ จึงเห็นว่า เมื่ออสังหาริมทรัพย์ที่ปลูกห้องแถวขึ้นมิใช่ทรัพย์ของลูกหนี้แล้วก็ไม่อาจมีบุริมสิทธิ์เกิดขึ้นได้ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 779/2507
นายประมุข ปิยะสุวรรณ โดยนางบุญช่วย จิตตาลาน โจทก์
รับมรดกความ โจทก์
นายสัก อิงคนินันท์ จำเลย
ผู้ร้องขอรับชำระหนี้ จำเลย
นายพุก แซ่บ่าง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายประมุข ปิยะสุวรรณ โดยนางบุญช่วย จิตตาลาน · โจทก์ - รับมรดกความ · จำเลย - นายสัก อิงคนินันท์ · จำเลย - ผู้ร้องขอรับชำระหนี้ · จำเลย - นายพุก แซ่บ่าง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์ · สวิง ลัดพลี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา