คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2403/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ได้รับชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว บุริมสิทธิย่อมสิ้นผลไป และโจทก์มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนถอนบุริมสิทธิ และจำเลยมีสิทธิขอให้บังคับโจทก์ในคดีเดิมได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ได้รับชำระเงินค่าที่ดินจากจำเลยครบถ้วนตามคำพิพากษาแล้วโจทก์ย่อมไม่มีบุริมสิทธิสำหรับเอาชำระราคาและดอกเบี้ยในราคานั้นเหนือที่ดินแปลงดังกล่าวอีกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 276 แม้ศาลมิได้พิพากษาบังคับให้โจทก์ไปจดทะเบียนถอนบุริมสิทธิเหนือที่ดินนั้นก็ตาม เมื่อปรากฏว่าบุริมสิทธิที่มีอยู่เหนือที่ดินไม่มีผลต่อไปแล้ว โจทก์ก็ต้องไปจดทะเบียนถอนบุริมสิทธิเหนือที่ดินเป็นการตอบแทนจำเลย จำเลยมีสิทธิขอให้บังคับโจทก์ในคดีเดิมได้โดยไม่จำต้องฟ้องเป็นคดีใหม่ และมิใช่เป็นกรณีบังคับนอกเหนือคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแต่อย่างใด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินค่าที่ดินที่ค้างชำระโดยจำเลยได้จดทะเบียนบุริมสิทธิเหนือที่ดินสำหรับค่าที่ดินดังกล่าวไว้แก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาซื้อขาย ขอให้พิพากษาว่าสัญญาซื้อขายที่ดินเป็นอันเลิกกันและให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและบุริมสิทธิเหนือที่ดิน กับให้โจทก์คืนเงินที่ชำระไปแล้วแก่จำเลย คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าที่ดินที่ค้างชำระแก่โจทก์และให้ยกฟ้องแย้งจำเลย ต่อมาจำเลยได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว และยื่นคำร้องขอให้โจทก์ไปจดทะเบียนถอนบุริมสิทธิเหนือที่ดินดังกล่าว
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ไปจดทะเบียนถอนบุริมสิทธิภายใน ๗ วันมิฉะนั้นจะแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนถอนแทน
โจทก์อุทธรณ์ว่า คำพิพากษามิได้บังคับให้โจทก์ไปจดทะเบียนถอนบุริมสิทธิศาลชั้นต้นสั่งบังคับนอกเหนือคำพิพากษา คำสั่งศาลชั้นต้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ได้รับชำระค่าขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๗๔๔ ตำบลคลองจินดา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐมไปครบถ้วนตามคำพิพากษาแล้ว ฉะนั้นโจทก์ย่อมไม่มีบุริมสิทธิเอาชำระราคาและดอกเบี้ยในราคานั้นเหนือที่ดินแปลงนี้อีกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๗๖ แม้ศาลมิได้พิพากษาบังคับให้โจทก์ไปจดทะเบียนถอนบุริมสิทธิเหนือที่ดินแปลงนี้ก็ตาม แต่เมื่อปรากฏว่าบุริมสิทธิที่มีอยู่เหนือที่ดินแปลงนี้ไม่มีผลต่อไปแล้ว โจทก์ก็ต้องไปจดทะเบียนถอนบุริมสิทธิเหนือที่ดินเป็นการตอบแทนแก่จำเลย เนื่องจากจำเลยได้ชำระราคาค่าที่ดินให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว กรณีเช่นนี้ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมีสิทธิขอบังคับโจทก์ในคดีนี้ได้โดยไม่จำต้องฟ้องเป็นคดีใหม่ และมิใช่เป็นกรณีบังคับนอกเหนือคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแต่อย่างใด
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2403/2527
นายเสวก ทินกร ณ อยุธยา โจทก์
นายประเสริฐ เทพชนะกุล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเสวก ทินกร ณ อยุธยา · จำเลย - นายประเสริฐ เทพชนะกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สหัส สิงหวิริยะ · โสภณ รัตนากร · เสนอ ศรนิยม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายเพียร สุมิระ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา