คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 901/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยมีคำสั่งให้ระงับการจ่ายเงินตามเช็คโดยไม่มีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินหรือห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินโดยทุจริต ไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยเช็ค
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องมีสารสำคัญเพียงว่า จำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์นำเช็คเข้าบัญชีแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่ามีคำสั่งให้ระงับการจ่าย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่มีคำบรรยายฟ้องตอนใดเลยที่มีข้อความพอจะให้ฟังได้ว่าที่จำเลยมีคำสั่งให้ระงับการจ่ายนั้นจำเลยออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คหรือจำเลยห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คนั้นโดยทุจริตดังที่บัญญัติไว้ตามอนุมาตรา (1) และ (5) ของพระราชบัญญัติดังกล่าวถือได้ว่าโจทก์มิได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา158(5)เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2517 เวลากลางวัน จำเลยได้บังอาจออกเช็คธนาคารแหลมทอง จำกัด สาขาอโศก เลขที่ เอ.017108 สั่งจ่ายเงิน160,000 บาท โดยสั่งจ่ายเงินในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2519 เพื่อเป็นการชำระหนี้ให้แก่โจทก์เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์นำเช็คไปเข้าบัญชีที่ธนาคารกสิกรไทย จำกัดสาขาสนามเป้า เพื่อให้เรียกเก็บเงินจากธนาคารแหลมทอง จำกัด สาขาอโศกแต่ธนาคารแหลมทอง จำกัด สาขาอโศก ได้ปฏิเสธการจ่ายโดยให้เหตุผลว่ามีคำสั่งให้ระงับการจ่าย โจทก์ทวงถาม จำเลยเพิกเฉยโจทก์ได้รับความเสียหายขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ.2497 มาตรา 3
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง แล้วสั่งประทับฟ้องโจทก์
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ขาดองค์ประกอบความผิดพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 ต้องเกิดขึ้นจากกรณีใดกรณีหนึ่งใน 5 กรณี ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 3 ตั้งแต่อนุมาตรา (1) ถึง (5) ซึ่งแต่ละอนุมาตรามีองค์ประกอบความผิดอยู่ในตัวเอง ดังนั้น เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องมีสารสำคัญเพียงว่าจำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนด โจทก์นำเช็คเข้าบัญชีแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่ามีคำสั่งให้ระงับการจ่ายทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่มีคำบรรยายฟ้องตอนใดเลยที่มีข้อความพอจะให้ฟังได้ว่าจำเลยมีคำสั่งให้ระงับการจ่ายนั้น จำเลยออกเช็คโดยเจตนาที่จะให้ไม่มีการใช้เงินตามเช็ค หรือจำเลยห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คนั้นโดยทุจริตดังที่บัญญัติไว้ตามอนุมาตรา (1)และ (5) ของพระราชบัญญัติดังกล่าวถือได้ว่าโจทก์มิได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหมาย ที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(5) เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 901/2522
นางขจี วิริยะวิทย์ หรือกันตะบุตร โจทก์
นางจินตนา ไชยกูล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางขจี วิริยะวิทย์ หรือกันตะบุตร · จำเลย - นางจินตนา ไชยกูล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิถี ปานะบุตร · ธาดา วัชรานันท์ · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา