⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1850/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1850/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ต้องเป็นไปตามประเด็นที่คู่ความได้ยกขึ้นต่อสู้ในคำให้การ หากศาลวินิจฉัยนอกประเด็นที่คู่ความต่อสู้ไว้โดยที่ประเด็นนั้นไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยเองไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ตามคำให้การจำเลย จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ขายที่พิพาทให้จึงไม่มีประเด็นเรื่องเปลี่ยนแปลงลักษณะแห่งการยึดถือตาม มาตรา1381,1375 ได้ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยโต้แย้งแย่งหรือรบกวนการครอบครองของโจทก์ด้วยการไม่ยอมให้ไถ่ที่พิพาทคืนจึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นที่จำเลยต่อสู้ไว้ในคำให้การและไม่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลอุทธรณ์จะยกขึ้นวินิจฉัยเองไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ขายที่พิพาทให้จำเลยแล้ว พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า นับแต่วันที่โจทก์ขอไถ่ที่ดินคืนจากจำเลยและจำเลยไม่ยอมให้ไถ่จนถึงบัดนี้เป็นระยะเวลานานถึง 2 ปี แสดงว่าโจทก์ฟ้องจำเลยเกิน 1 ปี นับแต่ถูกแย่งหรือรบกวนการครอบครองที่พิพาท โจทก์จึงหมดสิทธิฟ้องร้อง พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์มอบให้จำเลยทำประโยชน์ต่างดอกเบี้ย การที่จำเลยครอบครองที่พิพาทจึงถือได้ว่า จำเลยครอบครองโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ แม้จำเลยจะครอบครองอยู่นานเท่าใด จำเลยก็ไม่อาจจะยกเอามาตรา 1375แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ขึ้นอ้างอิงได้ นอกจากจะมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะการยึดถือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1381 เสียก่อน ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำให้การจำเลย จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ขายที่พิพาทให้ จึงไม่มีประเด็นเรื่องเปลี่ยนแปลงลักษณะแห่งการยึดถือตามมาตรา 1381 มาตรา 1375 ดังกล่าวได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยโต้แย้งแย่งหรือรบกวนการครอบครองของโจทก์ด้วยการไม่ยอมให้โจทก์ไถ่ที่พิพาทคืนนั้น จึงเป็นการวินิจฉัยนอกเหนือจากประเด็นที่จำเลยต่อสู้ไว้ในคำให้การ และไม่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยแห่งประชาชนศาลอุทธรณ์จะยกขึ้นวินิจฉัยเองไม่ได้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องกับคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ฎีกาโจทก์ทั้งสองฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ทั้งสองตามฟ้อง โดยให้โจทก์ชำระหนี้เงินกู้จำนวน 1,500 บาทให้แก่จำเลยด้วย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ทั้งสองโดยกำหนดค่าทนายความให้รวม 2,000 บาท" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1850/2523 นายเปิ้น กล้วยตานี กับพวก โจทก์ นางบาง แก้วสะแสน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเปิ้น กล้วยตานี กับพวก · จำเลย - นางบาง แก้วสะแสน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถมชัย สิทธิไตรย์ · ขจร หะวานนท์ · จรัญ สำเร็จประสงค์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3206/2537ฎีกา 779/2532ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2501/2526ฎีกา 3350/2538ฎีกา 369/2522ฎีกา 1969/2515ฎีกา 2752/2537ฎีกา 200/2536ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 2709/2538ฎีกา 541/2509ฎีกา 70/2518ฎีกา 495/2545ฎีกา 591/2513ฎีกา 312/2534ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 6528/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา