⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1862/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1862/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังแล้ว คู่ความต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน 30 วัน มิฉะนั้นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาสามารถขอให้บังคับคดีได้ภายใน 10 ปีนับแต่วันมีคำพิพากษา * แม้ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับการบังคับคดีไปแล้ว เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก็ยังสามารถยื่นคำร้องขอใหม่ได้โดยไม่ต้องอุทธรณ์คำสั่งเดิม

ย่อคำพิพากษา

ที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังแล้วสั่งบังคับภายใน 30 วัน มีความหมายว่าให้คู่ความปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาภายในกำหนดนั้น ถ้าไม่ปฏิบัติจะถูกบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 หากว่าเจ้าหนี้ ตามคำพิพากษาขอให้บังคับคดีเมื่อโจทก์และจำเลยต่างเป็นเจ้าหนี้และลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้วยกันทั้งสองฝ่ายย่อมมีสิทธิขอบังคับคดีภายในสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาไม่ใช่ว่าเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามคำบังคับแล้วจะบังคับคดีไม่ได้ เรื่องการบังคับคดีเมื่อศาลมีคำสั่งไปครั้งหนึ่งแล้ว แม้โจทก์มิได้อุทธรณ์คำสั่งนั้นโจทก์ก็ยื่นคำร้องขอใหม่ได้โดย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144(5) บัญญัติเป็นข้อยกเว้นไว้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นสั่งว่า เนื่องจากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับและศาลได้สั่งยกคำร้องทำนองเดียวกันนี้ของโจทก์มาครั้งหนึ่งแล้ว จึงยกคำร้องให้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกา โดยให้เรียกจำเลยมารับชำระเงินค่าที่ดิน 32,000 บาทจากโจทก์ และให้จำเลยทำการโอนที่ดินให้โจทก์ต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยฎีกาว่า 1. โจทก์ไม่ชำระเงินแก่จำเลยภายใน 30 วัน ตามคำบังคับจึงหมดสิทธิบังคับจำเลยโอนที่พิพาทให้โจทก์ 2. ศาลมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์ไปครั้งหนึ่งแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องใหม่ในเรื่องเดียวกันนั้น เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ พิเคราะห์แล้ว ตามฎีกาข้อ 1 ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์ทั้งสองขอชำระเงินแก่จำเลยเมื่อพ้น 30 วันตามคำบังคับแล้ว จะถือว่าหมดสิทธิบังคับจำเลยโอนที่พิพาทให้โจทก์หาได้ไม่ เพราะศาลฎีกามิได้พิพากษาเช่นนั้น ที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังแล้วสั่งบังคับภายใน 30 วัน มีความหมายว่าให้คู่ความปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาภายในกำหนดนั้น ถ้าไม่ปฏิบัติจะถูกบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 หากว่าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้บังคับคดี สำหรับคดีนี้โจทก์และจำเลยต่างเป็นเจ้าหนี้และลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้วยกัน ทั้งสองฝ่ายย่อมมีสิทธิขอบังคับคดีภายในสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษา ไม่ใช่ว่าเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามคำบังคับแล้วจะบังคับคดีไม่ได้ดังที่จำเลยฎีกามา เรื่องทำนองนี้ศาลฎีกาเคยพิพากษาไว้เป็นแบบอย่างแล้ว ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 748/2509 คดีระหว่างนางผาด สีสุกกับพวก โจทก์ นายกวี เหวียนระวี จำเลย ฎีกาข้อ 2 เรื่องการบังคับคดี เมื่อศาลมีคำสั่งไปครั้งหนึ่งแล้วแม้โจทก์มิได้อุทธรณ์คำสั่งนั้น โจทก์ก็ยื่นคำร้องขอใหม่ได้โดยมาตรา 144 (5) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งบัญญัติเป็นข้อยกเว้นไว้ศาลฎีกาเคยพิพากษาไว้เป็นแบบอย่างแล้วเช่นเดียวกัน ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1280/2510 คดีระหว่างพระสิทธิสาร โจทก์ นายปักซ้ง แซ่ปิงจำเลย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1862/2523 นายทอง แสงจันทร์ กับพวก โจทก์ นางสุภารัตน์ วัชรนันท์วิศาล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทอง แสงจันทร์ กับพวก · จำเลย - นางสุภารัตน์ วัชรนันท์วิศาล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพล สุวรรณภักดี · ชุบ วีระเวคิน · สมบูรณ์ บุญภินนท์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1506/2542ฎีกา 6789/2541ฎีกา 171/2513ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 5414/2536ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 1368/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 1388/2500ฎีกา 3781/2545ฎีกา 684/2488ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1182/2491ฎีกา 1427/2514ฎีกา 403/2530ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา