⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 195/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่งอกริมตลิ่งต้องงอกออกจากตลิ่งเท่านั้น และที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน แม้จะตื้นเขินหรือไม่มีผู้ใช้ประโยชน์ ก็ยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินจนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพ

ย่อคำพิพากษา

ที่งอกริมตลิ่ง หมายถึงที่ดินที่งอกไปจากตลิ่ง มิใช่งอกจากที่อื่นเข้ามาหาตลิ่งแม้หนองน้ำจะตื้นเขินขึ้นมีระดับเสมอกับที่ดินโจทก์ที่ล้อมรอบหนองน้ำอยู่ ก็มิใช่ที่งอกริมตลิ่ง เพราะมิได้งอกออกจากตลิ่งที่ดินโจทก์ การที่หนองน้ำสาธารณะกลายสภาพเป็นที่ตื้นเขินทั้งแปลงเช่นนี้แม้ต่อมาพลเมืองจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยโจทก์เข้าทำนาแต่ผู้เดียว ถ้ายังมิได้มีพระราชกฤษฎีกาให้ถอนสภาพจากการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน หนองน้ำ ดังกล่าวก็ยังคงมีสภาพเป็นสาธารณาสมบัติของแผ่นดินอยู่ตามเดิม แม้โจทก์จะได้ครอบครองมาเกิน 10 ปี ก็หาได้กรรมสิทธิ์ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.8 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1306 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1308 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีที่ดินมีโฉนดล้อมรอบหนองสาธารณะ (หนองปรือ) แต่หนองสาธารณะได้ตื้นเขินสูญสภาพไป โจทก์ได้ครอบครองโดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน ๑๐ ปี ได้กรรมสิทธิ์แล้วโดยเป็นที่งอกติดต่อกับที่ดินของโจทก์ ต่อมาจำเลยได้รังวัดที่ดินดังกล่าวอ้างว่าเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ ขอให้พิพากษาว่าที่ดินภายในเส้นวงกลมตามแผนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่า ที่ดินโจทก์มีหนองน้ำอยู่ตรงกลางจริง เดิมเป็นหนองน้ำสาธารณะสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน และต่อมาได้ตื้นเขินขึ้น ทางราชการยังถือเป็นที่หวงห้ามตลอดมา ทั้งยังมิได้ออกพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพจากการเป็นสาธารรสมบัติของแผ่นดินที่ราษฎรใช้ร่วมกัน โจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินส่วนนี้ แม้หนองน้ำพิพาทจะตื้นเขินขึ้นก็ไม่ถือว่าเป็นที่งอกติดต่อกับที่ดินโจทก์ โจทก์ไม่ได้กรรมสิทธิ์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความจากข้อนำสืบของโจทก์ว่า น้ำที่ไหลมาตามลำเหมืองซึ่งเชื่อมติดต่อกันระหว่างหนองปรือกับคลองท่าโพธิ์ พัดพาเอาเศษดินและใบไม้ไปทับถมลงในหนองปรือ จึงทำให้หนองปรือตื้นเขินขึ้นเรื่อย ๆ และตื้นเขินขึ้นพร้อม ๆ กันเต็มเนื้อที่+งานมีระดับเสมอกับที่ดินที่อยู่รอบหนองปรือ ศาลฎีกาเห็นว่าที่งอกริมตลิ่งหมายถึงที่ดินที่งอกไปจากตลิ่ง มิใช่งอกจากที่อื่นเข้ามาหาตลิ่ง แม้หนองปรือจะตื้นเขินขึ้นมีระดับเสมอกับที่ดินโจทก์ที่อยู่รอบ ๆ มิใช่ที่งอกริมตลิ่ง เพราะมิได้งอกออกจากริมตลิ่งที่ดินโจทก์ การที่หนองปรืออันเป็นหนองน้ำสาธารณะกลายสภาพเป็นที่ตื้นเขินทั้งแปลงเช่นนี้แม้ต่อมาพลเมืองจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยโจทก์เข้าทำนาแต่ผู้เดียว ถ้ายังมิได้มีพระราชกฤษฎีกาให้ถอนสภาพจากการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน หนองปรือก็ยังคงมีสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ตามเดิม แม้โจทก์จะได้ครอบครองมาเกิน ๑๐ ปีก็หาได้กรรมสิทธิ์ไม่ ที่ศาลล่างทั้งพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2523 นายฟื้น ศรีพันธุ์ โจทก์ เทศบาลเมืองอุทัยธานี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายฟื้น ศรีพันธุ์ · ล. - เทศบาลเมืองอุทัยธานี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสพิทย์ คังคะเกตุ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · จินดา บุญศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายประสงค์ อิฐรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสงี่ยม ทวีชัยการ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 726/2493ฎีกา 3375/2532ฎีกา 734/2516ฎีกา 1534/2565ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 609/2522ฎีกา 4415/2528ฎีกา 2775/2541ฎีกา 3081/2527ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2718/2538ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา