⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2134/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2134/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ปกครองจะพ้นจากความรับผิดตามมาตรา 429 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ ก็ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลแล้ว การอ้างว่าผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะแล้ว ไม่ใช่การพิสูจน์ว่าได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ที่ 3 บิดามารดาของจำเลยที่ 1 ให้การว่าตนไม่ต้องรับผิดในการกระทำของจำเลยที่ 1 เพราะจำเลยที่ 1 บรรลุนิติภาวะแล้ว เป็นเพียงคำให้การที่อ้างว่าจำเลยทั้งสองไม่มีส่วนพัวพันกับการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้เป็นอย่างเดียวกันกับการใช้ความระมัดระวังตามควรแก่หน้าที่ดูแลแต่อย่างใดจำเลยที่ 2 ที่ 3 จึงไม่มีประเด็นที่จะนำสืบพิสูจน์ให้พ้นความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.429

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์เป็นเงิน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงและตีทำร้ายโจทก์ที่ 1 จนได้รับความเสียหาย เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์จริง ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลแห่งการละเมิดนั้นหรือไม่ ปัญหานี้ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น โดยจำเลยที่ 2 ที่ 3 มิได้อุทธรณ์โต้แย้งว่าขณะเกิดเหตุคดีนี้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ยังเป็นผู้เยาว์ตามกฎหมาย กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429ที่บัญญัติให้บิดามารดาต้องร่วมรับผิดในผลที่ผู้เยาว์กระทำละเมิดด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น แต่ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ 3 หาได้ยกความข้อนี้ขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไม่ จำเลยที่ 2 ที่ 3 คงให้การแต่เพียงว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะจำเลยที่ 1 บรรลุนิติภาวะแล้วมิได้อยู่ในอำนาจปกครองของจำเลยทั้งสองเท่านั้น ฉะนั้นตามคำให้การ จึงไม่มีประเด็นที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 จะนำสืบพิสูจน์ให้พ้นความรับผิด การนำสืบพยานของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ว่า เมื่อจำเลยที่ 1 เรียนจบชั้นประถมปีที่ 7 นายทรงธรรม ประสมรอด ได้รับจำเลยที่ 1 ไปอยู่ในความปกครองดูแลแล้วจำเลยที่ 1 ได้ออกจากบ้านของนายทรงธรรม ประสมรอด หายตัวไปไม่กลับมาอยู่กับจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นทำนองนอกเหนือต่อการใช้ความระมัดระวังตามควรแก่หน้าที่ดูแล จึงเป็นการนำสืบนอกเหนือไปจากคำให้การไม่อาจรับฟังได้ ที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 อ้างในฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ให้การต่อสู้ไว้ว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำของจำเลยที่ 1 เท่ากับต่อสู้คดีว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้ใช้ความระมัดระวังแก่หน้าที่ดูแลแล้ว ย่อมนำสืบข้อนี้ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นเพียงคำให้การที่อ้างว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ไม่มีส่วนพัวพันกับการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้เป็นอย่างเดียวกันกับการใช้ความระมัดระวังตามควรแก่หน้าที่ดูแลแต่อย่างใด ฉะนั้น จำเลยที่ 2 ที่ 3 ผู้เป็นบิดามารดาของจำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลแห่งการละเมิดนี้ด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2134/2523 นางสาวอุไรวรรณ โพธิ์บุรี กับพวก โจทก์ นายประมล ประสมรอด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวอุไรวรรณ โพธิ์บุรี กับพวก · จำเลย - นายประมล ประสมรอด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วัฒน์ ผดุงจิตร · ชลูตม์ สวัสดิทัต · สนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 42/2498ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 647/2521ฎีกา 149/2526ฎีกา 369/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 370/2506ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 5438/2537ฎีกา 85/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา