⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2406/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2406/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติก่อนกฎกระทรวงกำหนดให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติใช้บังคับ ไม่เป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเข้าไปยึดถือครอบครองทำประโยชน์ที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติก่อนกฎกระทรวงกำหนดให้ที่เกิดเหตุเป็นป่าสงวนแห่งชาติใช้บังคับ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด แม้จำเลยจะไม่ฎีกาข้อนี้ขึ้นมา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกฟ้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.2 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.14 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เนื้อที่จำนวน ๔๒ ไร่ และตัดฟัน ถางต้นไม้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ไม้ชนิดต่างๆ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๑๔, ๓๑ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๕๘ (พ.ศ. ๒๕๑๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๑๖ ให้จำเลยและบริวารออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ และว่าจำเลยครอบครองที่เกิดเหตุประมาณ ๒๐ ไร่ โดยผู้บุกเบิกที่ดินนี้มาก่อนยกให้จำเลยทำกินเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเข้ายึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เนื้อที่จำนวน ๒๐ ไร่ พยานหลักบานไม่พอฟังว่าจำเลยตัดฟันต้นไม้อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ไม้ในป่าตามฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๑๔, ๓๑ วรรคแรก กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๕๘ (พ.ศ. ๒๕๑๖) ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๑๖ จำคุก ๖ เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก ๓ เดือน ให้จำเลยและบริวารออกจากป่าสงวนตามฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริง จำเลยเข้ายึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เนื้อที่ ๔๒ ไร่ พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๓๑ วรรคสอง จำคุก ๒ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาว่าขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยยึดถือครอบครองที่เกิดเหตุเพียง ๒๐ ไร่ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ กรณีจึงเป็นเรื่องที่เข้าไปยึดถือครอบครองทำประโยชน์ในป่าสงวนแห่งชาติ ก่อนกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๕๘ (พ.ศ. ๒๕๑๖) ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๑๖ กำหนดให้ที่เกิดเหตุเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ใช้บังคับ การกระทำของจำเลยยกฟ้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕, ๒๑๕ และ ๒๒๕ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2406/2523 พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ นายเสาร์ ลีลา ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี · ล. - นายเสาร์ ลีลา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สง่า อำพันแสง · เพียร ศรีอรุณ · ประสม ศรีเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายหัสดี ไกรทองสุก · ศาลอุทธรณ์ - นายยนต์ พิรวินิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 3646/2565ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 3026/2517ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2963/2535ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 1797/2522ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา