คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2813-2814/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณาคดี แม้จะมีคำรับสารภาพชั้นสอบสวนและบันทึกนำชี้สถานที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ ก็ไม่สามารถลงโทษจำเลยได้ หากไม่มีพยานหลักฐานอื่นประกอบ
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ไม่มีประจักษ์พยาน คงมีแต่คำรับสารภาพชั้นสอบสวนและบันทึกนำชี้สถานที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ อันเป็นพยานประกอบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณาคดี ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรคสุดท้าย ระวางโทษประหารชีวิต จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 มีความผิดตามมาตรา 289(6)(7), 83 อีกบทหนึ่ง แต่มีอัตราโทษประหารชีวิตสถานเดียวเท่ากับความผิดตามมาตรา 340 วรรคสุดท้าย จึงให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งห้า คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 3 ที่ 4 และ ที่ 5 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม ให้จำคุกจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ตลอดชีวิต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งห้าฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ส่วนจำเลยที่ 3 นั้น เห็นว่า โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานนำสืบให้ประจักษ์เลยว่าจำเลยที่ 3 เป็นคนร้ายอย่างใดคงมีแต่คำรับสารภาพชั้นสอบสวน และบันทึกนำชี้สถานที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพอันเป็นพยานประกอบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เมื่อจำเลยที่ 3 ให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณาคดี ลำพังคำรับสารภาพชั้นสอบสวนและบันทึกนำชี้สถานที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ จึงไม่อาจหยิบยกขึ้นมาฟังลงโทษจำเลยที่ 3 ได้"
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 3
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2813 - 2814/2523
อัยการนครปฐม โจทก์
นายนวล โตเอี่ยม กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการนครปฐม · จำเลย - นายนวล โตเอี่ยม กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสาท บุณยรังษี · ปรีชา สุมาวงศ์ · สุวรรณพ กองวารี |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา