คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 284/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีแก่จำเลยที่ 2 ซึ่งมาศาลและยื่นคำร้องขอเลื่อนในวันนัดสืบพยาน ไม่ถือว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาตามกฎหมาย
การดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและเพิกถอนคำสั่งหรือการดำเนินกระบวนพิจารณานั้นได้
ย่อคำพิพากษา
ในวันนัดสืบพยาน จำเลยที่ 2 ได้มาศาลและยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีหากแต่ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อน ไม่ใช่กรณีที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาศาลในวันสืบพยาน และมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลเสียก่อนลงมือสืบพยาน อันจะถือได้ว่าคู่ความฝ่ายนั้นขาดนัดพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรคสอง
กรณีมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาคดีและการพิจารณาพยานหลักฐาน เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจที่จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยให้เพิกถอนคำสั่งและการดำเนินกระบวนพิจารณานั้นเสียได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบด้วยมาตรา 247
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องบังคับจำเลยทั้งสองให้ร่วมกันรับผิดชำระหนี้ฐานผิดสัญญาเช่าซื้อ จำเลยให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์เป็นฝ่ายนำสืบก่อนระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดี และมีคำสั่งให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว โดยถือว่าจำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองแพ้คดี จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่
ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาคดีใหม่
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นเป็นไปโดยชอบหรือไม่นั้น เห็นว่า ในวันนัดสืบพยาน จำเลยที่ 2ได้มาศาลและยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี หากแต่ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อน ไม่ใช่กรณีที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาศาลในวันสืบพยาน และมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลเสียก่อนลงมือสืบพยาน อันจะถือได้ว่าคู่ความฝ่ายนั้นขาดนัดพิจารณา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรคสอง กรณีของจำเลยไม่เข้าข่ายของการขาดนัดพิจารณา ในอันที่จะนำเอากระบวนการพิจารณาโดยขาดนัดมาใช้บังคับแก่คดี ดังนั้น คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว โดยถือว่าจำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณาและได้ดำเนินกระบวนพิจารณาไปฝ่ายเดียวโดยมิให้จำเลยมีโอกาสนำสืบพยานของตนนั้น จึงเป็นคำสั่งและการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ มิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาคดีและการพิจารณาพยานหลักฐาน แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกเอาปัญหาข้อนี้ขึ้นมาก็ตาม ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจที่จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยให้เพิกถอนคำสั่งและการดำเนินการพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ไม่ชอบนั้นเสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบด้วยมาตรา 247, 249 ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาคดีเสียใหม่นั้นชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 284/2523
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ยนต์บริการ โจทก์
นางอารมย์ รักการแพทย์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ยนต์บริการ · จำเลย - นางอารมย์ รักการแพทย์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สนิท อังศุสิงห์ · ชลูตม์ สวัสดิทัต · วัฒน์ ผดุงจิตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา