⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 625/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 625/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อการแบ่งแยกที่ดินยังไม่มีการกำหนดส่วนแบ่งที่ชัดเจนแน่นอนตามกฎหมาย ผู้มีกรรมสิทธิ์ร่วมย่อมมีสิทธิฟ้องต่อศาลเพื่อขอให้แบ่งแยกที่ดินได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์และจำเลยมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินพิพาท โดยโจทก์มีส่วนอยู่หนึ่งในสี่ โจทก์และจำเลยไปขอแบ่งแยกที่สำนักงานที่ดินโดยทำบันทึกตกลงกันไว้ในบันทึกดังกล่าวไม่มีข้อความกำหนดให้ชัดเจนว่าโจทก์ได้ส่วนแบ่งที่ดินตรงจุดไหน มีความกว้างยาวไปทางทิศใดเท่าไร จึงไม่อาจบังคับให้โจทก์ต้องยอมรับการแบ่งที่ดินดังกล่าวได้เมื่อโจทก์จำเลยยังตกลงกันไม่ได้โจทก์ก็ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยให้แบ่งที่พิพาทแก่โจทก์ตามคำขอท้ายฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.194 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1364

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยแบ่งที่ดินตามฟ้องแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินโฉนดที่ 445 ตำบลบางตลาด (บางค้างคาว)อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีเนื้อที่ 15 ไร่ 78 ตารางวา โดยโจทก์มีส่วนอยู่หนึ่งในสี่ โจทก์และจำเลยทั้งสองไปขอแบ่งแยกที่ดินที่สำนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทราสาขาบางคล้า โดยทำบันทึกตกลงกันไว้ตามเอกสารหมาย ล.1วันที่ 9 กันยายน 2519 เจ้าหน้าที่ไปทำการรังวัดแบ่งแยกที่ดินแต่ตกลงกันไม่ได้ คดีมีปัญหาว่า โจทก์จะฟ้องให้จำเลยทั้งสองแบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินแก่โจทก์ตามคำขอท้ายฟ้องได้หรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ตามสำเนาบันทึกถ้อยคำข้อตกลงเรื่องแบ่งกรรมสิทธิ์รวม (จำกัดเนื้อที่) เอกสารหมาย ล.1 มีข้อความว่า"ข้อ 1. ตัวข้าพเจ้าผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดแปลงเครื่องหมายดังกล่าวข้างบนนี้ บัดนี้ข้าพเจ้ามีความประสงค์ขอรังวัดแบ่งแยกที่ดินส่วนของตนออกจากกันรวม 1 แปลง ดังนี้คือ แบ่งแปลงที่ 1 ทางทิศเหนือด้านตะวันออกให้เป็นของนางสาวลักเซียะ จำกัดเนื้อที่ให้ได้ 4 ไร่ ส่วนแปลงคงเหลืออยู่ทางทิศตะวันตกให้เป็นของนางสาวทิพย์วรรณกับนางสาวจรินทร์ ข้อ 2. จึงขอให้เจ้าพนักงานที่ดินโปรดสั่งให้ช่างแผนที่ออกไปทำการรังวัดให้ข้าพเจ้าด้วย ฯลฯ" ซึ่งโจทก์และจำเลยทั้งสองต่างลงชื่อในช่องลายมือชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ เห็นว่าข้อความในสัญญาดังกล่าวระบุไว้แต่เพียงว่าทางทิศตะวันออกเป็นของโจทก์จำกัดเนื้อที่ให้ได้ 4 ไร่เท่านั้น ไม่มีข้อความกำหนดให้ชัดเจนว่าเป็นที่ดินตรงจุดไหน มีความกว้างหรือยาวไปทางทิศใดเท่าไร จึงไม่อาจบังคับให้โจทก์ต้องยอมรับแบ่งที่ดินตรงที่จำเลยทั้งสองจะแบ่งให้ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปทำการรังวัดแบ่งแยก โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงกันไม่ได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองให้แบ่งที่พิพาทแก่โจทก์ตามคำขอท้ายฟ้อง" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 625/2523 นางลักเซียะ แซ่โอ่ว โจทก์ นางทิพย์วรรณ แซ่โอ่ว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางลักเซียะ แซ่โอ่ว · จำเลย - นางทิพย์วรรณ แซ่โอ่ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพบูลย์ เพียรรู้จบ · วิถี ปานะบุตร · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1345/2532ฎีกา 4550/2540ฎีกา 2603/2530ฎีกา 5459/2537ฎีกา 2503/2523ฎีกา 183/2531ฎีกา 181/2512ฎีกา 2451/2548ฎีกา 865/2510ฎีกา 2478/2517ฎีกา 778/2538ฎีกา 2843/2546ฎีกา 5283/2540ฎีกา 6549/2542ฎีกา 802/2511ฎีกา 1228/2539ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 1256/2518ฎีกา 1456/2539ฎีกา 1413/2508ฎีกา 4564/2543ฎีกา 3139/2537ฎีกา 2636/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา