⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 845/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 845/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาในคดีอาญาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ย่อมผูกพันศาลในคดีแพ่งที่ผู้เสียหายฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดในมูลอันเดียวกัน.

ย่อคำพิพากษา

อัยการฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญา ศาลพิพากษาว่าจำเลยยักยอกเงินค่าจ้างแรงงานแต่มิได้ยักยอกน้ำมันและยางรถยนต์ คำพิพากษานี้ผูกพันคดีแพ่งที่ผู้เสียหายฟ้องจำเลยฐานละเมิด ศาลฟังว่าจำเลยยักยอกต้องใช้เงินค่าจ้างแรงงานแก่ผู้เสียหายเท่านั้น อายุความในคดีแพ่งสะดุดหยุดอยู่ระหว่างพิจารณาคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 51 วรรค 2 คดีแพ่งไม่ขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.51 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 104,081 บาท กับดอกเบี้ยแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ใช้ค่าจ้างคนงาน 31,680 บาท กับดอกเบี้ยอีกด้วย โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่นั้น เห็นว่าคดีนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ในคดีอาญาพนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ได้เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยนี้ภายในอายุความฟ้องคดีอาญาแล้ว อายุความฟ้องคดีแพ่งย่อมสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 51 วรรค 2 เมื่อโจทก์มาฟ้องคดีแพ่งในขณะที่ศาลกำลังพิจารณาคดีอาญาอยู่คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ สำหรับปัญหาตามฎีกาข้อต่อมาว่า จำเลยได้กระทำละเมิดต่อโจทก์เป็นเหตุให้จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เกี่ยวกับค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและค่ายางรถยนต์ตามฟ้องหรือไม่นั้น เกี่ยวกับกรณีนี้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงและพิพากษาในคดีอาญาว่าจำเลยได้เอาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขาดจำนวนไปชำระหนี้ให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดสงวนวงษ์กาฬสินธุ์ และยางรถยนต์ก็ได้นำไปเปลี่ยนใหม่ให้กับรถของหน่วยก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแกง จึงไม่เป็นการยักยอกน้ำมันเชื้อเพลิงและยางรถยนต์ เมื่อคำพิพากษาในคดีส่วนอาญาฟังว่าจำเลยมิได้ยักยอกน้ำมันเชื้อเพลิงและยางรถยนต์ตามฟ้องเช่นนี้ การพิพากษาในคดีส่วนแพ่งจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ฉะนั้นจำเลยจึงไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายเกี่ยวกับค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและค่ายางรถยนต์ให้แก่โจทก์ ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนปัญหาเรื่องเบิกเอาเงินค่าแรงคนงานนั้น ศาลฎีกาฟังว่า เงินค่าแรงงานที่เบิกมา 3 เดือนนั้น จำเลยเป็นคนเก็บรักษาไว้เองเพียงผู้เดียวกรรมการอีก 2 นาย คือนายสมโภชน์ แข่งขัน และนายเคนน้อย ศิริมูลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ฟังได้ว่าจำเลยไม่ได้จ่ายเงินค่าแรงที่เบิกมาให้แก่คนงานของหน่วยก่อสร้างฯ เชื่อว่าจำเลยได้เบียดบังเอาเงินค่าแรงตามจำนวนที่โจทก์ฟ้องไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัว เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ดังนี้ จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้เงินค่าจ้างคนงานเป็นเงิน 31,680 บาทให้แก่โจทก์" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 845/2523 กรมชลประทาน โจทก์ นายมนตรี นุตาคม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมชลประทาน · จำเลย - นายมนตรี นุตาคม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุบ วีระเวคิน · ประสม ศรีเจริญ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3750/2545ฎีกา 5319/2539ฎีกา 2769-2770/2523ฎีกา 4086/2533ฎีกา 826/2509ฎีกา 694/2532ฎีกา 1362/2538ฎีกา 243/2497ฎีกา 6024/2550ฎีกา 175/2520ฎีกา 53/2537ฎีกา 2584/2527ฎีกา 6235/2551ฎีกา 1760/2548ฎีกา 1730/2520ฎีกา 7223/2540ฎีกา 1351/2567ฎีกา 728/2512ฎีกา 3813/2535ฎีกา 707/2507ฎีกา 4300/2543ฎีกา 5268/2538ฎีกา 4715/2542ฎีกา 681/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา