⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 888/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 888/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีอาญาฐานฟ้องเท็จหรือหมิ่นประมาท จะต้องระบุข้อเท็จจริงให้ชัดแจ้งว่าความจริงเป็นอย่างไร หรือข้อความใดที่เป็นการใส่ความเสียหายต่อชื่อเสียง เพื่อให้จำเลยเข้าใจข้อหาและต่อสู้คดีได้ หากฟ้องไม่ชัดเจน ศาลมีอำนาจยกฟ้องได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยได้แกล้งนำความเท็จมาฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาในข้อหาฟ้องเท็จเบิกความเท็จ และนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานเท็จพร้อมกับอ้างสำเนาคำฟ้องที่จำเลยฟ้องโจทก์ ทั้งนี้เพราะจำเลยอาฆาตแค้นโจทก์ที่เป็นทนายฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาอีกคดีหนึ่ง ดังนี้ จำเลยกระทำอย่างใดที่ว่าฟ้องเท็จ ฟ้องโจทก์จะต้องระบุมาให้เห็นว่า ความจริงเป็นอย่างไร มิฉะนั้นจำเลยย่อมไม่อาจต่อสู้คดีได้ถูก ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องที่ระบุพอสมควรที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี แม้โจทก์จะได้แนบสำเนาคำฟ้องที่จำเลยฟ้องโจทก์มาในคำฟ้องคดีนี้ด้วยก็ตาม คำฟ้องโจทก์คดีนี้ก็ต้องสมบูรณ์มาก่อน มิใช่ว่าต้องให้ศาลไปตรวจดูฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) โจทก์บรรยายฟ้องคดีหมิ่นประมาทว่าจำเลยแกล้งเรียงคำฟ้องอันเป็นเท็จใส่ความโจทก์ต่อศาล ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศาล ต่อพยาน และบุคคลอื่น ๆ ที่ทราบเรื่องนี้ดีทำให้โจทก์ต้องเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ดังนี้โจทก์มิได้กล่าวในฟ้องให้ชัดแจ้งว่าข้อความวรรคใด ตอนใดที่เป็นการเสียหายต่อชื่อเสียงของโจทก์ ซึ่งศาลจะได้ยกขึ้นพิจารณาได้โดยเฉพาะถือว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่อาจทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี เมื่อศาลดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่ถูกต้องตามกฎหมายศาลก็มีอำนาจยกฟ้องเสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.162 ประมวลกฎหมายอาญา ม.175 ประมวลกฎหมายอาญา ม.326 ประมวลกฎหมายอาญา ม.328 ประมวลกฎหมายอาญา ม.332

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้แกล้งนำความเท็จมาฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาในข้อหาฟ้องเท็จ เบิกความเท็จ และนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานเท็จ (พร้อมกับอ้างสำเนาคำฟ้องที่จำเลยฟ้องโจทก์) ทั้งนี้เพราะจำเลยอาฆาตแค้นโจทก์ที่ทำหน้าที่เป็นทนายฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาอีกเรื่องหนึ่ง (พร้อมกับอ้างสำเนาคำฟ้อง) การที่จำเลยนำความเท็จมาแกล้งฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย การที่จำเลยเรียงคำฟ้องดังกล่าวด้วยข้อความอันเป็นเท็จใส่ความโจทก์ ได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสารเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๕, ๓๒๖, ๓๒๘ และ ๓๓๒ และให้โจทก์โฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่มีรายละเอียดชัดแจ้งพอสมควรที่จะให้เข้าใจข้อหาได้ดีเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าฟ้องโจทก์สมบูรณ์ มีรายละเอียดแจ้งชัดพอสมควรที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ นอกจากนี้การไต่สวนมูลฟ้องจนเสร็จแล้วกลับยกฟ้อง เพราะฟ้องไม่เป็นฟ้องเป็นการไม่ถูกต้อง ขอให้ประทับรับฟ้องไว้พิจารณา ศาลฎีกาเห็นว่าตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ พอเข้าใจได้เพียงว่าโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยได้แกล้งนำความเท็จมาฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาในข้อหาฟ้องเท็จเบิกความเท็จ และนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานเท็จ พร้อมกับอ้างสำเนาคำฟ้องที่จำเลยฟ้องคดีดังกล่าวว่าเพราะจำเลยอาฆาตแค้นโจทก์ที่เป็นทนายฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาอีกเรื่องหนึ่งเท่านั้น จำเลยกระทำการอย่างใดที่ว่าฟ้องเท็จ ฟ้องโจทก์จะต้องระบุมาให้เห็นว่าคามจริงเป็นอย่างไร มิฉะนั้นจำเลยย่อมไม่อาจต่อสู้คดีได้ถูก ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องที่ระบุพอสมควรที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าฟ้องของจำเลยเป็นเท็จทั้งฉบับไม่จำต้องบรรยายแยกเป็นตอน ๆ อีกนั้น เห็นว่าข้อความในฟ้องของจำเลยที่ฟ้องโจทก์ยืดยาว โจทก์มิได้ยืนยันมาในฟ้องคดีนี้ว่าข้อความเหล่านั้นเป็นเท็จทั้งหมดหรือไม่ ยากที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีและโจทก์ไม่บรรยายให้ชัดแจ้งว่าข้อความที่จำเลยฟ้องกล่าวหาว่าโจทก์กระทำผิดนั้นเป็นเท็จอย่างไรแม้โจทก์จะได้แนบสำเนาคำฟ้องที่จำเลยฟ้องโจทก์มาในคำฟ้องคดีนี้ด้วยก็ตาม คำฟ้องของโจทก์คดีนี้ก็ต้องสมบูรณ์มาก่อน มิใช่ว่าต้องให้ศาลไปตรวจดู ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) สำหรับข้อหาหมิ่นประมาทนั้น ตามคำฟ้องของโจทก์ในคดีนี้โจทก์บรรยายว่าจำเลยแกล้งเรียงคำฟ้องอันเป็นเท็จใส่ความโจทก์ต่อศาลและต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศาลและต่อพยานและต่อบุคคลอื่น ๆ ที่ทราบเรื่องนี้ดี ทำให้โจทก์ต้องเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง เห็นว่าโจทก์มิได้กล่าวในฟ้องให้ชัดแจ้งว่าข้อความใด วรรคใดตอนใดเป็นการเสียหายต่อชื่อเสียงของโจทก์ ซึ่งศาลจะได้ยกขึ้นพิจารณาได้โดยเฉพาะถือว่าฟ้องเคลือบคลุมไม่อาจทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าการที่ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องจนเสร็จแล้วกลับยกฟ้องเพราะฟ้องไม่เป็นฟ้องเป็นการไม่ถูกต้องนั้น เห็นว่า แม้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๒ จะบัญญัติว่า ถ้าฟ้องถูกต้องตามกฎหมายแล้วในคดีราษฎรเป็นโจทก์ให้ไต่สวนมูลฟ้องก็ตาม การไต่สวนมูลฟ้องก็เป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์ มิใช่ว่าการไต่สวนจะตัดอำนาจศาลมิให้ตรวจดูคำฟ้องใหม่อีก ฉะนั้นเมื่อฟ้องโจทก์ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ศาลย่อมมีอำนาจยกฟ้องเสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๑ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 888/2523 พันตรีชัยอาสน์ ไวภาษา โจทก์ นายชัยยะ มงคลวิทย์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พันตรีชัยอาสน์ ไวภาษา · ล. - นายชัยยะ มงคลวิทย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ขจร หะวานนท์ · จรัญ สำเร็จประสงค์ · แถมชัย สิทธิไตรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายศิริชัย จิระบุญศรี · ศาลอุทธรณ์ - นายอารี กำเนิดงาม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 7651/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 1499/2531ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา