⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 957/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 957/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สัญญาค้ำประกันที่ลงลายมือชื่อไว้และมีข้อความต่อเนื่องกับสัญญากู้ ถือว่าสมบูรณ์และฟ้องร้องบังคับได้ 2. การที่ศาลพิพากษาตามยอมในสัญญากู้ ไม่ทำให้หนี้ระงับไป และความรับผิดของผู้ค้ำประกันยังคงมีอยู่ตามสัญญาค้ำประกัน

ย่อคำพิพากษา

สัญญาค้ำประกันที่จำเลยลงลายมือชื่อไว้ มีข้อความสำคัญว่า ถ้าผู้กู้ไม่ชำระเงินและดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้ตามสัญญา ผู้ค้ำประกันยอมรับผิดชอบชำระหนี้แทนให้ทั้งสิ้นซึ่งเป็นข้อความต่อเนื่องกับสัญญากู้ เพียงแต่อยู่ด้านหลัง สัญญาค้ำประกันนี้สมบูรณ์ฟ้องร้องบังคับได้ โจทก์ผู้ให้ผู้กู้ตามสัญญากู้ แล้วทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันศาลพิพากษาตามยอมเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว แต่ผู้กู้ยังไม่ชำระหนี้ หนี้นั้นยังไม่ระงับ ความรับผิดของจำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันยังมีอยู่ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยตามสัญญาค้ำประกันอีกด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.698 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายเกรียงไกรได้กู้เงินโจทก์ไป ๔๓,๐๐๐ บาท แล้วผิดสัญญาโจทก์จึงฟ้องนายเกรียงไกรขอให้ชำระหนี้ และได้ตกลงประนีประนอมยอมความกัน ศาลพิพากษาตามยอมแล้ว แต่นายเกรียงไกรไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ และไม่มีทรัพย์ใด ๆ ให้ยึดมาชำระหนี้ได้ จำเลยเป็นผู้ค้ำประกัน ต้องรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ โจทก์แจ้งให้จำเลยใช้หนี้รายนี้แล้ว จำเลยไม่ยอมใช้ โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลย จำเลยให้การปฏิเสธความรับผิดหลายประการ รวมทั้งอ้างว่าสัญญาค้ำประกันไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย โจทก์ไม่ติดใจเรียกร้องเอาจากจำเลย แต่ติดใจเรียกร้องเอาจากนายเกรียงไกรคนเดียว และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าสัญญาค้ำประกันมีผลใช้บังคับได้ แม้โจทก์ต้องคดีและทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับนายเกรียงไกร แต่โจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้ย่อมมีสิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลยตามสัญญาค้ำประกันได้ สัญญากู้ยังไม่ถูกแทงเพิกถอน พิพากษาให้จำเลยใช้เงินต้น ๔๓,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีนับแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๑๗ (วันกู้) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยเป็นเงิน ๑๓,๒๗๕ บาท และดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามศาลพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายเกรียงไกรได้กู้เงินโจทก์ไป ๔๓,๐๐๐ บาท ตามสัญญากู้หมาย จ.๑ ด้านหลังสัญญากู้ดังกล่าวเป็นแบบพิมพ์สัญญาค้ำประกันซึ่งจำเลยลงชื่อไว้ เฉพาะในช่องผู้ค้ำประกันโดยมิได้กรอกข้อความ แต่แบบพิมพ์นี้มีความสำคัญอยู่ว่า ถ้าผู้กู้ไม่ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้ตามสัญญาผู้ค้ำประกันยอมรับผิดชอบชำระหนี้แทนทั้งสิ้น ซึ่งเป็นข้อความต่อเนื่องกับสัญญากู้หมาย จ.๑ เพียงแต่อยู่ด้านหลังเท่านั้น ถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้ค้ำประกันสัญญาค้ำประกันจึงสมบูรณ์ตามกฎหมาย โจทก์ฟ้องให้บังคับคดีได้ ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่า หนี้ตามสัญญาค้ำประกันระงับไปแล้ว เพราะโจทก์กับจำเลยฎีกาว่า หนี้ตามสัญญาค้ำประกันระงับไปแล้ว เพราะโจทก์กับนายเกรียงไกรได้ทำสัญญาประนีประนอมความกัน และศาลได้พิพากษาคดีตามยอมเสร็จเด็ดขาดไปแล้วนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ที่โจทก์ฟ้องนายเกรียงไกรก็เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับนายเกรียงไกรผู้กู้เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับจำเลยซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันเมื่อนายเกรียงไกรยังไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ หนี้นั้นยังไม่ระงับความรับผิดของจำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันยังมีอยู่ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยตามสัญญาค้ำประกันอีกได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 957/2523 นางโป๊หลิ่ง แซ่ด่าน โจทก์ นางยุพา แสงอาสภวิริยะ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางโป๊หลิ่ง แซ่ด่าน · ล. - นางยุพา แสงอาสภวิริยะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุบ วีระเวคิน · อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายธีรศักดิ์ กรรณสูต · ศาลอุทธรณ์ - นายพิพัฒน์ จักรางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1800/2511ฎีกา 2335/2551ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1000/2505ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 978/2510ฎีกา 643/2497ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 1808/2512ฎีกา 4610/2534ฎีกา 311/2538ฎีกา 923/2523ฎีกา 156/2513ฎีกา 953/2505ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 6555/2538ฎีกา 174/2538ฎีกา 5712/2545ฎีกา 9326-9327/2544ฎีกา 142/2535ฎีกา 380/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา