⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1438/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1438/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) จะต้องเป็นข้อกฎหมายที่ได้มาจากข้อเท็จจริงที่คู่ความได้นำสืบ หรือมีกฎหมายบังคับให้ต้องแสดงเท่านั้น ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนอกประเด็น ไม่เกี่ยวกับที่คู่ความจะต้องนำสืบ ศาลจะรับฟังมาวินิจฉัยเป็นข้อกฎหมายดังกล่าวไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ประเด็นมีเพียงว่า พินัยกรรมฉบับพิพาทปลอมหรือไม่ การที่ศาลล่างยกเอาเรื่องความสมบูรณ์ของพินัยกรรมว่า เจ้ามรดกได้ลงชื่อในพินัยกรรมต่อหน้าพยานสองคนหรือไม่ มาเป็นข้อวินิจฉัย แม้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ให้อำนาจศาลหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้โดยที่ไม่มีคู่ความฝ่ายใดกล่าวอ้างตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) ก็ตาม แต่จะต้องเป็นข้อกฎหมายที่ได้มาจากข้อเท็จจริง ในการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบตามมาตรา 87 ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากพยานนอกเรื่องนอกประเด็น ไม่เกี่ยวกับที่คู่ความจะต้องนำสืบ หรือมีกฎหมายบังคับให้ต้องแสดง ศาลจะรับฟังมาวินิจฉัยเป็นข้อกฎหมายตาม มาตรา 142(5) หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เจ้ามรดกมิได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานสองคนพร้อมกัน จึงเป็นพินัยกรรมที่ไม่สมบูรณ์ พิพากษาว่าพินัยกรรมตามฟ้องตกเป็นโมฆะ ให้โจทก์ทั้งสองเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของนายพรมศาลอุทธรณ์ฟังว่า เจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมลงชื่อต่อหน้าพยานสองคนพร้อมกัน เป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์ใช้บังคับได้ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อนำสืบของจำเลยมีน้ำหนักรับฟังเชื่อได้ว่านายพรม โพธิ์จันทร์ เจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมฉบับพิพาทนี้จริง ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกเอาปัญหาในข้อที่ว่า เจ้ามรดกได้ลงลายมือชื่อในพินัยกรรมต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน เพื่อความสมบูรณ์ของพินัยกรรม ตามแบบที่กำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 หรือไม่นั้น เห็นว่า แม้ศาลล่างทั้งสองจะได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงในปัญหาข้อนี้ต่างกันแต่ศาลฎีกากลับเห็นว่า การวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองในปัญหาดังกล่าว เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นต่างไปจากคำฟ้องโจทก์และคำให้การของจำเลย ซึ่งมีประเด็นเพียงว่า พินัยกรรมฉบับพิพาทปลอมหรือไม่ ส่วนเรื่องความสมบูรณ์ของพินัยกรรมว่าจะผิดแบบตามที่กฎหมายกำหนดไว้อันจะเป็นผลทำให้พินัยกรรมนั้นตกเป็นโมฆะหรือไม่หาได้มีฝ่ายใดกล่าวอ้างหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ให้เป็นประเด็นที่จะต้องนำสืบไว้ไม่ จริงอยู่ที่ปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายอันว่าด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งเป็นข้อยกเว้นให้อำนาจศาลหยิบยกขึ้นวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีได้ โดยที่ไม่มีคู่ความฝ่ายใดกล่าวอ้างตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) ก็ตาม แต่ศาลฎีกาก็เห็นว่าจะต้องเป็นข้อกฎหมายที่ได้มาจากข้อเท็จจริงในการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบ เช่นได้จากหลักฐานพยานซึ่งเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในคดีจะต้องนำสืบ หรือได้จากเอกสารพยานที่มีกฎหมายบังคับให้คู่ความที่กล่าวอ้างต้องแสดงเป็นต้น สำหรับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากพยานนอกเรื่องประเด็น ไม่เกี่ยวกับที่คู่ความจะต้องนำสืบหรือมีกฎหมายบังคับให้ต้องแสดงดังกล่าวข้างต้น ศาลจะรับฟังมาเป็นข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) หาได้ไม่ เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยถึงประเด็นข้อนี้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1438/2524 นายสุวิทย์ โพธิ์สาจันทร์ กับพวก โจทก์ นางดวงจันทร์ โพธิ์ศรี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุวิทย์ โพธิ์สาจันทร์ กับพวก · จำเลย - นางดวงจันทร์ โพธิ์ศรี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · ศักดิ์ สนองชาติ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2307/2518ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2732/2534ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 149/2526ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา