⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1451/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1451/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงในสัญญาค้ำประกันที่กำหนดให้เจ้าหนี้ต้องแจ้งข้อเรียกร้องให้ผู้ค้ำประกันทราบภายในอายุสัญญาค้ำประกันก่อน จึงจะใช้สิทธิเรียกร้องได้นั้น เป็นข้อตกลงที่มีผลบังคับได้ และหากเจ้าหนี้มิได้ปฏิบัติตาม ผู้ค้ำประกันก็ไม่ต้องรับผิด.

ย่อคำพิพากษา

ข้อตกลงในสัญญาค้ำประกันที่ว่า ในกรณีที่ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดชำระหนี้แทนลูกหนี้ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จะต้องแจ้งข้อเรียกร้องที่ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดให้ผู้ค้ำประกันทราบภายในกำหนดอายุสัญญาค้ำประกันเสียก่อนจึงจะใช้สิทธิเรียกร้องตามสัญญาค้ำประกันได้นั้น เป็นคนละเรื่องกับการใช้สิทธิเรียกร้องตามสัญญาค้ำประกันและไม่ใช่ข้อตกลงที่ให้ย่นอายุความฟ้องร้องให้สั้นลง ข้อตกลงดังกล่าวจึงมีผลใช้บังคับได้ เมื่อโจทก์ฟ้องคดีโดยมิได้ยื่นคำเรียกร้องให้ผู้ค้ำประกันทราบภายในกำหนดตามข้อตกลงดังกล่าวก่อน ผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.170 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.191 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.686

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาขายทรานส์ฟอร์มเมอร์ให้โจทก์หากผิดสัญญายอมให้โจทก์ปรับ จำเลยที่ 2 ค้ำประกันความรับผิดของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ ต่อมาจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาและไม่ชำระค่าปรับจึงขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ใช้เงินค่าปรับแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระก็ให้จำเลยที่ 2 ชำระแทน จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การว่า สัญญาค้ำประกันมีเงื่อนไขบังคับก่อนว่าโจทก์จะต้องยื่นคำเรียกร้องแก่จำเลยที่ 2 ภายในวันครบกำหนดอายุสัญญาค้ำประกัน ซึ่งโจทก์มิได้ปฏิบัติ จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินเบี้ยปรับแก่โจทก์ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินแก่โจทก์หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ 2 ทำให้โจทก์ยึดถือไว้ได้ระบุว่าหนังสือค้ำประกันฉบับนี้หมดอายุวันที่ 26 สิงหาคม2512 แต่ต่อมาจำเลยที่ 2 ได้ขยายอายุไปจนถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์2513 โดยมีเงื่อนไขว่าต้องยื่นคำเรียกร้องตามหนังสือค้ำประกันนี้ภายในวันหมดอายุดังกล่าวด้วย เห็นว่าคำเรียกร้องตามเงื่อนไขในสัญญาค้ำประกันนี้เป็นเรื่องที่เมื่อมีการผิดสัญญาซึ่งผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันแล้ว โจทก์จะต้องแจ้งข้อเรียกร้องที่จำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดให้จำเลยที่ 2 ทราบภายในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2513ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการใช้สิทธิเรียกร้องตามสัญญาค้ำประกัน โจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องตามสัญญาค้ำประกันได้ก็ต่อเมื่อโจทก์ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาค้ำประกันดังกล่าวแล้วเสียก่อน ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการยื่นคำเรียกร้องเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องและเป็นการย่นอายุความนั้นจึงไม่ต้องด้วยความเห็นศาลฎีกา โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 โดยมิได้ยื่นคำเรียกร้องให้จำเลยที่ 2 ทราบตามเงื่อนไขภายในกำหนดเวลาในสัญญาค้ำประกันก่อน จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2ให้เป็นพับทั้งสองฝ่าย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1451/2524 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดบอมเบยส์เตชั่นเนอรี่ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดบอมเบยส์เตชั่นเนอรี่ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำเนียง ด้วงมหาสอน · สนิท อังศุสิงห์ · ศักดิ์ สนองชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10022/2553ฎีกา 405/2550ฎีกา 28/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2165/2537ฎีกา 5736/2540ฎีกา 1339/2516ฎีกา 3781/2533ฎีกา 1124/2511ฎีกา 2519/2549ฎีกา 2558/2533ฎีกา 896/2547ฎีกา 265/2510ฎีกา 15904/2553ฎีกา 11036/2553ฎีกา 3081/2545ฎีกา 1539/2548ฎีกา 2554/2541ฎีกา 1556-1557/2511ฎีกา 67/2531ฎีกา 4057/2548ฎีกา 525/2519ฎีกา 1175/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา