⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1539/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1539/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานในคดีที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในการไม่อนุญาตให้เปิดกิจการโรงแรม โดยที่ยังไม่ได้ฟังพยานหลักฐานให้สิ้นกระแสความ ถือเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารเพื่อใช้เป็นโรงแรมได้แล้วต่อมาเมื่อขออนุญาตเปิดกิจการต่อจำเลยในฐานะนายทะเบียน จำเลยกลับใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบไม่อนุญาตให้เปิดกิจการโรงแรม ทั้งคำสั่งของกรมตำรวจและคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ให้โจทก์จัดการแก้ไขเพิ่มเติมก็ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนี้ ฟ้องของโจทก์เป็นการกล่าวหาจำเลยในมูลละเมิด สมควรที่จะต้องฟังพยานหลักฐานต่อไปเสียก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นประการใด ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์จึงเป็นการมิชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.185 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารเพื่อใช้เป็นโรงแรม ต่อมาเมื่อโจทก์ขออนุญาตเปิดกิจการต่อจำเลยในฐานะนายทะเบียน จำเลยใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบไม่อนุญาตให้เปิดกิจการโรงแรม โดยอ้างเหตุซึ่งมิใช่ข้อสารสำคัญ ทั้งยังเสนอเรื่องไปกรมตำรวจ ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการซึ่งไม่มีอำนาจหน้าที่ สั่งให้จำเลยแจ้งโจทก์จัดการแก้ไขเพิ่มเติม คำสั่งของกรมตำรวจและจำเลยไม่ชอบ เป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติโรงแรม และโต้แย้งสิทธิโจทก์ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของจำเลยต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่รัฐมนตรีไม่อนุญาต จึงขอให้เพิกถอนคำสั่งจำเลย และให้จำเลยจดทะเบียนให้โจทก์ดำเนินกิจการโรงแรม จำเลยให้การว่า จำเลยได้เสนอเรื่องโจทก์ขอเปิดกิจการโรงแรมไปยังกรมตำรวจตามระเบียบ คณะกรรมการมีความเห็นว่าควรแก้ไขให้ถูกต้องตามแบบแปลนเสียก่อนแล้วเสนอเพื่อพิจารณาใหม่ แต่โจทก์ไม่แก้ไขกลับร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งรัฐมนตรีมีคำสั่งเห็นชอบตามความเห็นของกรมตำรวจ จึงถือว่าเป็นที่สุดแล้วขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว สั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า การที่จำเลยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ดำเนินกิจการโรงแรมด้วยเหตุผลตามที่กล่าวในฟ้องยังถือไม่ได้ว่าเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีเป็นที่สุด พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องว่าจำเลยใช้อำนาจโดยมิชอบและคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่ถูกต้องตามกฎหมายได้ ข้อเท็จจริงยังไม่ได้ความว่าการที่จำเลยสั่งให้โจทก์จัดการเพิ่มเติมเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องมีใจความว่า โจทก์ได้รับอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารเพื่อใช้เป็นโรงแรมได้แล้ว ต่อมาเมื่อขออนุญาตเปิดกิจการต่อจำเลยในฐานะนายทะเบียน จำเลยกลับใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ อ้างว่าโรงแรมโจทก์ไม่มีสระน้ำและไม่มีห้องพักครบถ้วนอันไม่ใช่ข้อสารสำคัญ นอกจากนี้คำสั่งกรมตำรวจและคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้โจทก์จัดการแก้ไขเพิ่มเติมก็ไม่ชอบด้วยกฎหมายฟ้องของโจทก์กล่าวหาจำเลยในมูลละเมิด เช่นนี้สมควรฟังพยานหลักฐานต่อไปเสียก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นประการใด แล้วจึงวินิจฉัยข้อกฎหมายศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์จึงเป็นการมิชอบ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1539/2524 ร้อยตำรวจเอกปรีดา เพิ่มพานิช โจทก์ พันตำรวจเอกดำรง ทัศนียกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร้อยตำรวจเอกปรีดา เพิ่มพานิช · จำเลย - พันตำรวจเอกดำรง ทัศนียกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพบูลย์ ไวกาสี · ประสาท บุณยรังษี · สง่า อำพันแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 22/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 307/2513ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา