⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1565/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1565/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกู้ยืมเงินที่เรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา กฎหมายให้ผลเพียงว่าดอกเบี้ยส่วนที่เกินนั้นเป็นโมฆะ แต่ต้นเงินกู้ยังคงสมบูรณ์อยู่ เมื่อลูกหนี้ชำระหนี้ไปแล้ว ต้องนำไปชำระเป็นดอกเบี้ยก่อน หากดอกเบี้ยที่ชำระไปนั้นเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ลูกหนี้ไม่มีสิทธิยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้เพื่อหลุดพ้นความรับผิดในต้นเงินกู้ได้

ย่อคำพิพากษา

การกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรานั้นตกเป็นโมฆะเฉพาะดอกเบี้ยเท่านั้น ต้นเงินหาตกเป็นโมฆะไม่ เมื่อจำเลยนำสืบไม่ได้ว่าเงินที่ยังค้างชำระโจทก์อยู่จำนวนใดเป็นดอกเบี้ยและจำนวนใดเป็นต้นเงินกู้ ก็ต้องถือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 329 ว่าเงินที่จำเลยชำระแก่โจทก์ไปแล้วจำนวนหนึ่งนั้นต้องเอาใช้เป็นดอกเบี้ยเสียก่อน ส่วนจำนวนหนี้ที่เหลือถือว่าเป็นต้นเงินกู้ที่ยังค้างชำระ เมื่อถือว่าจำเลยได้ชำระดอกเบี้ยไปแล้ว แม้จะฟังว่าเป็นดอกเบี้ยเกินอัตราตามกฎหมาย ก็เท่ากับเป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจ โดยที่รู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีความผูกพันต้องชำระ จำเลยไม่มีสิทธิยกขึ้นต่อสู้คดีให้หลุดพ้นความรับผิดไปได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.135 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.329 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.407 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.654

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินที่กู้ไปจากโจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยเป็นเงิน117,943 บาท จำเลยให้การว่า จำเลยได้ชำระหนี้แก่โจทก์แล้ว หากฟังว่าจำเลยยังมิได้ชำระ จำเลยขอต่อสู้ว่าเป็นเงินส่วนหนึ่งที่เป็นดอกเบี้ยที่โจทก์เรียกเก็บเกินอัตรากฎหมายเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้จำนวน 82,553 บาทแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เงินที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่ 82,553 บาท เป็นส่วนหนึ่งของเงินดอกเบี้ยที่โจทก์คิดเกินอัตราตกเป็นโมฆะตามกฎหมาย พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรานั้นเป็นโมฆะเฉพาะดอกเบี้ยเท่านั้น ต้นเงินหาเป็นโมฆะไม่ ผู้ให้กู้ฟ้องเรียกต้นเงินกู้คืนได้คดีนี้จำเลยนำสืบไม่ได้ว่าจำนวนเงินที่ยังค้างชำระดังกล่าวจำนวนใดเป็นดอกเบี้ยและจำนวนใดเป็นต้นเงินกู้ จึงต้องถือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 329 ซึ่งบัญญัติว่าถ้านอกจากการชำระหนี้อันเป็นประธาน ลูกหนี้ยังจะต้องชำระดอกเบี้ยอีกด้วย หากการชำระหนี้ในครั้งหนึ่ง ๆ ได้ราคาไม่เพียงพอจะเปลื้องหนี้สินได้ทั้งหมด ให้เอาใช้เป็นดอกเบี้ยก่อน และในที่สุดจึงให้ใช้ในการชำระหนี้อันเป็นประธานดังนั้น การที่จำเลยได้ชำระเงินแก่โจทก์ไปจำนวนหนึ่งแล้วเป็นเงิน 331,447 บาท จึงต้องเอาใช้เป็นดอกเบี้ยเสียก่อน ส่วนจำนวนหนี้ที่เหลือถือว่าเป็นต้นเงินกู้ที่ยังค้างชำระ และเมื่อถือว่าจำเลยได้ชำระดอกเบี้ยไปแล้ว แม้จะฟังว่าเป็นดอกเบี้ยเกินอัตราตามกฎหมายก็เท่ากับเป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจโดยที่รู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีความผูกพันต้องชำระจำเลยไม่มีสิทธิยกขึ้นต่อสู้คดีให้หลุดพ้นความรับผิดไปได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเงินที่โจทก์ฟ้องเป็นส่วนหนึ่งของเงินดอกเบี้ยที่โจทก์คิดเกินอัตราตามกฎหมายตกเป็นโมฆะพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1565/2524 นางอินทิรา พงษ์ไพโรจน์ โจทก์ นายอารยะ พานิชกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอินทิรา พงษ์ไพโรจน์ · จำเลย - นายอารยะ พานิชกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พูน จักรเสน · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · จินดา บุญศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1462/2565ฎีกา 7770/2547ฎีกา 8192/2560ฎีกา 5753/2531ฎีกา 5879/2537ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1364/2514ฎีกา 170/2546ฎีกา 3414/2541ฎีกา 3191/2547ฎีกา 567/2536ฎีกา 1783/2551ฎีกา 4133/2529ฎีกา 404/2565ฎีกา 4991/2552ฎีกา 994/2485ฎีกา 3055/2526ฎีกา 960/2541ฎีกา 6320/2534ฎีกา 2657/2534ฎีกา 6096/2550ฎีกา 4562/2536ฎีกา 2080/2548ฎีกา 650/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา