⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2390/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2390/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ปัญหาว่าคำฟ้องสมบูรณ์หรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ 2. ฟ้องโจทก์จะต้องบรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิดให้ครบองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ปัญหาว่าคำฟ้องของโจทก์สมบูรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกาย่อมยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง คำฟ้องของโจทก์มีสารสำคัญแต่เพียงว่า จำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้แก่ผู้เสียหาย หลังจากเช็คถึงกำหนดผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายได้นำเช็คไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร และธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธการจ่ายเงินเท่านั้นโจทก์มิได้กล่าวถึงการกระทำอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497มาตรา 3 อนุมาตรา (1) ถึง (5) แต่ประการใด ถือได้ว่าโจทก์มิได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิด ฟ้องโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 901/2522)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจออกเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัดสาขาท่ายาง ๓ ฉบับ คือ ฉบับลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๒๑ ลงวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๒๑ และลงวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๒๑ สั่งจ่ายเงินฉบับละ ๔๗,๐๐๐ บาท ชำระหนี้ให้แก่บริษัทบางจากมอร์เตอร์ส จำกัด วันที่ ๒๗ ๒๕๒๑ นายวิชัย สุรพงษ์วนิชกุล ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทดังกล่าวให้นำเช็คทั้ง ๓ ฉบับไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารกรุงเทพจำกัด สาขาท่ายาง แต่ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทุกฉบับในวันเดียวกัน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุกกรรมละ ๔ เดือน รวม ๓ กรรม จำคุก ๑ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก ๘ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นควรวินิจฉัยเสียก่อนว่า คำฟ้องของโจทก์สมบูรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ปัญหานี้แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแต่ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกาย่อมยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ต้องเป็นการกระทำดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓ อนุมาตรา (๑) ถึง (๕)ซึ่งแต่ละอนุมาตรามีองค์ประกอบความผิดอยู่ในตัว แต่คำฟ้องของโจทก์มีสารสำคัญแต่เพียงว่า จำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้แก่ผู้เสียหายหลังจากเช็คถึงกำหนดนายวิชัยผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายได้นำเช็คไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร แต่ธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธการจ่ายเงินเท่านั้น โจทก์มิได้กล่าวถึงการกระทำอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามมาตรา ๓ อนุมาตรา (๑) ถึง (๕) แต่ประการใด ถือได้ว่าโจทก์มิได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิด ฟ้องโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕)(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ ๙๐๑/๒๕๒๒) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2390/2524 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นายใบ สุขอยู่ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี · จำเลย - นายใบ สุขอยู่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสม ศรีเจริญ · เพียร ศรีอรุณ · กิติ บูรพรรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายสมศักดิ์ เทวรักษ์กุล · ศาลอุทธรณ์ - นายจุนท์ จันทรวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 2813/2566ฎีกา 1294/2509ฎีกา 11720/2555ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา