คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2391/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ได้ส่งต้นฉบับเอกสารเป็นพยานหลักฐานต่อศาลแล้ว และต่อมาได้ขอรับต้นฉบับเอกสารคืนไปโดยอ้างเหตุจำเป็นและส่งสำเนาไว้แทน หากจำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านความถูกต้องแท้จริงของเอกสาร ศาลย่อมรับฟังข้อเท็จจริงตามสำเนาเอกสารนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
ในการนำสืบพยานโจทก์ได้ส่งต้นฉบับเอกสารไว้แล้ว ต่อมาโจทก์ได้ขอรับต้นฉบับเอกสารคืนไปโดยอ้างเหตุจำเป็นต้องนำไปใช้ในคดีอื่น และขอส่งสำเนาไว้แทนดังนี้ จะถือว่าโจทก์ไม่ส่งต้นฉบับเอกสารเป็นพยานมิได้ชั้นพิจารณาไม่ปรากฏว่าภาพถ่ายเอกสารท้ายฟ้องหรือสำเนาเอกสารไม่ตรงกับต้นฉบับทั้งจำเลยก็มิได้โต้แย้งคัดค้านความถูกต้องแท้จริงของเอกสาร ดังนี้ศาลฟังข้อเท็จจริงตามข้อความในสำเนาเอกสารนั้นได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดมีนายเจริญเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการมีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ปรากฏตามภาพถ่ายเอกสารท้ายฟ้อง จำเลยได้ออกเช็ค 2 ฉบับให้แก่โจทก์ เป็นการชำระหนี้ค่าไม้ที่จำเลยซื้อไปจากโจทก์ หลังจากเช็คทั้ง 2 ฉบับถึงกำหนดโจทก์นำไปขอรับเงินจากธนาคาร แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินว่ายังไม่มีการตกลงกับธนาคาร ถือได้ว่าจำเลยออกเช็คโดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 มาตรา 3, 5
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ส่งแต่สำเนาหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้รับรองความถูกต้องเป็นพยาน พยานหลักฐานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลและนายเจริญเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินตามคำชี้ขาดของศาลอุทธรณ์ แล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาในชั้นนี้แต่เพียงว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลและนายเจริญมีอำนาจฟ้องคดีแทนหรือไม่ เห็นว่าโจทก์ได้แนบภาพถ่ายหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ซึ่งแสดงว่าโจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีนายเจริญเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการมาท้ายฟ้องทั้งโจทก์ได้ส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวในการสืบพยานไว้แล้ว ซึ่งศาลหมายเอกสารเป็น จ.5 แต่ต่อมาโจทก์ได้ขอรับต้นฉบับเอกสารนี้คืนไปโดยอ้างเหตุจำเป็นต้องนำไปใช้ในคดีอื่น และขอส่งสำเนาไว้แทน ดังนี้ จะถือว่าโจทก์ไม่ส่งต้นฉบับเอกสารเป็นพยานมิได้ การที่โจทก์รับต้นฉบับเอกสารคืนไปได้ก็เพราะศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต มิใช่ความผิดของโจทก์ กรณีเช่นนี้หากศาลเห็นว่ามีความจำเป็นต้องดูต้นฉบับก็ชอบที่จะสั่งให้โจทก์ส่งใหม่ได้ อนึ่งในชั้นพิจารณาไม่ปรากฏว่าภาพถ่ายเอกสารท้ายฟ้องหรือสำเนาเอกสารนั้นไม่ตรงกับต้นฉบับแต่ประการใด ทั้งจำเลยก็มิได้โต้แย้งคัดค้านความถูกต้องแท้จริงของเอกสารดังกล่าวด้วย จึงฟังได้ว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลและนายเจริญมีอำนาจฟ้องคดีแทน
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2391/2524
ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงเลื่อยจักรสันติธรรมเจริญ โจทก์
นายสวัสดิ์ ศรีสกุลเมฆี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงเลื่อยจักรสันติธรรมเจริญ · จำเลย - นายสวัสดิ์ ศรีสกุลเมฆี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสม ศรีเจริญ · เพียร ศรีอรุณ · กิติ บูรพรรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา