คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1551/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การครอบครองอาวุธปืนของกลางซึ่งเป็นของทางราชการทหารโดยทหารที่ไม่มีอำนาจหรือหน้าที่ครอบครอง ถือเป็นการครอบครองนอกราชการทหารและมีความผิดตามกฎหมายอาวุธปืนฯ
2. เอกสารที่จำเลยไม่ได้โต้แย้งปฏิเสธและรับว่าเป็นเอกสารติดต่อซื้อขายสุราต่างประเทศ ศาลรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้
ย่อคำพิพากษา
ของกลางซึ่งเป็นอาวุธปืนที่ใช้เฉพาะในการสงครามเป็นของทางราชการทหารแต่ได้หายไป จำเลยเป็นทหารแต่ไม่มีอำนาจหรือหน้าที่ครอบครองอาวุธปืนของกลาง การครอบครองของจำเลยไม่ใช่การครอบครองในราชการทหาร จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 55, 78 (ที่แก้ไขแล้ว)
สำเนาเอกสารซึ่งโจทก์อ้างเป็นพยานต่อศาลนั้น จำเลยไม่ได้โต้แย้งปฏิเสธแต่ประการใด ทั้งนำสืบรับด้วยว่าเป็นเอกสารติดต่อซื้อขายสุราต่างประเทศ เช่นนี้ ศาลจึงรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นๆของโจทก์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 ม.4 กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 ม.5 กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 ม.55 กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 ม.78 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.238 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.4 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.5 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.55 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.78 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 ม.5 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 ม.8 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๑๔ เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองกับสิบเอกอุทัย สุขศรี จำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๕๔๑/๒๕๑๔ของศาลจังหวัดยโสธร ได้บังอาจร่วมกันมีเครื่องยิงลูกระเบิดแบบ เอ็ม ๗๙รวม ๒ เครื่อง และมีกระสุนปืนชนิดระเบิด ๓๐ นัดชนิดลูกปราย ๖ นัด ซึ่งเป็นอาวุธใช้เฉพาะแต่ในราชการสงคราม ไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๖, ๗, ๓๘, ๕๕, ๗๒, ๗๔, ๗๘; (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๑มาตรา ๔, ๕, ๘, (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๓ กฎกระทรวงมหาดไทยฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๐๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. ๒๔๙๐ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ และริบของกลาง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นได้รวมการพิจารณากับคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๕๔๑/๒๕๑๔แล้วพิพากษาว่าสิบเอกอุทัย สุขศรี และเรืออากาศตรีไพบูลย์ ธนะโสธรจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๕๐๑ มาตรา ๘ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้จำคุกจำเลยคนละ ๑๒ ปี คำให้การของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๘ ปี ให้ยกฟ้องนายอุดม ธนะโสธร จำเลย ของกลางนั้นปรากฏว่าผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๖ ขอรับคืนไปแล้ว จึงไม่ริบ
สิบเอกอุทัยจำเลยและเรืออากาศตรีไพบูลย์จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ เป็นว่า สิบเอกอุทัย สุขศรี จำเลย และเรืออากาศตรีไพบูลย์ ธนะโสธร จำเลย มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๕๕, ๗๘; (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๑ มาตรา ๕, ๘กฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๐๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ให้ลงโทษจำคุกสิบเอกอุทัย สุขศรี จำเลย และเรืออากาศตรีไพบูลย์ ธนะโสธรจำเลยคนละ ๑๒ ปี สิบเอกอุทัย สุขศรี รับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ส่วนเรืออากาศตรีไพบูลย์ ธนะโสธรนั้น คำให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกสิบเอกอุทัย สุขศรี จำเลย ๖ ปี และจำคุกเรืออากาศตรีไพบูลย์ ธนะโสธร ๘ ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
เรืออากาศตรีไพบูลย์จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่าเรืออากาศตรีไพบูลย์จำเลยได้ครอบครองอาวุธปืนของกลางไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต
ที่จำเลยฎีกาว่า พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ ไม่ใช่บังคับกับอาวุธปืนของทางราชการทหารและอ้างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๙๕๘/๒๔๙๒ ระหว่างอัยการศาลทหารกรุงเทพ โจทก์พันจ่าเอกเดชา บุญสุขศรี กับพวก จำเลยและคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๘๙๐/๒๔๙๓ ระหว่างอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ ๔โจทก์ สิบเอกไสว แสงปานแก้ว จำเลยนั้น ข้อเท็จจริงในคดีที่จำเลยอ้างถึงดังกล่าว ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในคดีนี้ กล่าวคือ ในคดีดังกล่าว จำเลยผู้มีอาวุธไว้ในความครอบครองเป็นทหาร และมีหน้าที่ต้องใช้อาวุธนั้น หรือมีหน้าที่ดูแลรักษาอาวุธนั้น แต่จำเลยในคดีนี้ไม่มีอำนาจหรือหน้าที่ครอบครองอาวุธของกลาง และอาวุธของกลางก็เป็นของทางราชการทหารซึ่งหายไปการครอบครองของจำเลยไม่ใช่การครอบครองในราชการทหาร ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
ที่จำเลยฎีกาว่าศาลไม่ควรรับฟังเอกสารหมาย จ.๒อันเป็นจดหมายที่จำเลยเขียนถึงสิบเอกอุทัย สุขศรี จำเลยอีกผู้หนึ่ง เพราะไม่ใช่ต้นฉบับนั้น เห็นว่าเอกสารหมาย จ.๒ เป็นเพียงเอกสารที่รับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ ทั้งจำเลยก็มิได้โต้แย้งปฏิเสธเอกสารฉบับนี้แต่ประการใด ทั้งยังนำสืบรับว่าเอกสารหมาย จ.๒ นี้เป็นเอกสารที่ติดต่อซื้อขายสุราต่างประเทศเท่านั้น เพราะฉะนั้นแม้เอกสาร จ.๒ นี้จะเป็นเพียงสำเนา ศาลก็รับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่น ๆ ของโจทก์ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1551/2516
พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดยโสธร โจทก์
เรืออากาศตรีไพบูลย์ ธนะโสธร ที่ 1, นายอุดม ธนะโสธร ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดยโสธร · จำเลย - เรืออากาศตรีไพบูลย์ ธนะโสธร ที่ 1, นายอุดม ธนะโสธร ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธานินทร์ กรัยวิเชียร · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · รัตน์ ศรีไกรวิน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดยโสธร - นายธรรมนิตย์ วิชญูเนตินัย · ศาลอุทธรณ์ - นายไพโรจน์ ไวกาสี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา