⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2886/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2886/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่นายจ้างมีหนังสือแจ้งให้ลูกจ้างปรับปรุงการทำงานที่บกพร่องหลายครั้ง และระบุถึงผลที่จะตามมาหากไม่ปฏิบัติตาม ถือเป็นหนังสือเตือนตามระเบียบข้อบังคับการทำงาน และหากลูกจ้างยังคงกระทำผิดซ้ำอีก นายจ้างย่อมมีเหตุอันสมควรเลิกจ้างได้ 2. หากใบมอบอำนาจที่ใช้ดำเนินคดีมีข้อบกพร่อง ศาลมีอำนาจสั่งให้แก้ไขหรือให้สัตยาบันได้ หากมีการมอบอำนาจที่สมบูรณ์ถูกต้องขึ้นใหม่ในภายหลัง

ย่อคำพิพากษา

ผู้บังคับบัญชามีหนังสือแจ้งให้ลูกจ้างปรับปรุงการทำงานที่บกพร่องถึงสองครั้งหนังสือนั้นมีความด้วยว่า หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามจะได้รับผลตอบแทนที่เฉียบขาด แสดงว่าลูกจ้างบกพร่องในการทำงาน หนังสือนี้จึงถือได้ว่าเป็นหนังสือเตือนตามระเบียบข้อบังคับการทำงาน ต่อมาผู้บังคับบัญชามีหนังสือเตือนครั้งสุดท้ายโดยให้ถือเป็นการพักงาน แต่เนื่องจากลูกจ้างมีตำแหน่งสำคัญจึงไม่สามารถให้พักงานได้ และว่าถ้าลูกจ้างยังไม่มีการปรับปรุงแก้ไขตนเอง และกระทำความผิดแบบเดียวกันอีก ลูกจ้างจะได้รับการทำโทษถึงขั้นปลดออกจากงานดังนี้เมื่อลูกจ้างกระทำผิดอีก นายจ้างจึงมีเหตุผลที่จะเลิกจ้างลูกจ้างผู้นั้นได้ แม้ใบมอบอำนาจให้ดำเนินคดีของบริษัทนายจ้างจะไม่ได้ประทับตราของบริษัทโดยสมบูรณ์ แต่ต่อมาก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งคดีนี้ บริษัทนายจ้างได้ทำใบมอบอำนาจที่สมบูรณ์ถูกต้องขึ้นใหม่ให้ดำเนินคดีและให้สัตยาบันของการที่ได้ทำไปแล้วในคดีนี้ดังนี้ ถ้ามีผู้อ้างว่าเป็นผู้แทนของนิติบุคคล เมื่อศาลเห็นสมควรจะทำการสอบสวนถึงอำนาจของผู้นั้นก็ได้ เป็นอำนาจที่กฎหมายให้ไว้แก่ศาลโดยกว้าง หากศาลเห็นว่าผู้มอบอำนาจไม่มีอำนาจดังที่อ้างหรือ อำนาจบกพร่อง ศาลมีอำนาจยกฟ้องคดีนั้นเสียหรือมีคำพิพากษาหรือคำสั่งอย่างอื่นได้ตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ฉะนั้น เมื่อบริษัทนายจ้างได้มีหนังสือมอบอำนาจใหม่ถูกต้อง ศาลก็มีอำนาจให้แก้ไขข้อบกพร่องได้ตามอำนาจที่กฎหมายให้ไว้ (อ้างคำพิพากษาฎีกา (ประชุมใหญ่) ที่ 1184/2506)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.47 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.66

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องร้องว่า ผู้ร้องได้จ้าง ป. ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคนสวน ป. ได้ทำการฝ่าฝืนข้อตกลงสภาพการจ้างหลายประการ ผู้ร้องโดยผู้บังคับบัญชาได้มีหนังสือตักเตือนให้ ป. ปรับปรุงตัวแล้วแต่ ป. ก็ไม่นำพาต่อคำตักเตือน ผู้บังคับบัญชาจึงเสนอให้เลิกจ้าง ป. เป็นกรรมการลูกจ้าง จึงขอให้ศาลอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้าง ป.โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ป. ได้คัดค้านว่า ผู้ร้องไม่มีอำนาจร้องคดีนี้เพราะหนังสือมอบอำนาจไม่สมบูรณ์ ผู้คัดค้านมิเคยประพฤติปฏิบัติฝ่าฝืนข้อตกลงสภาพการจ้างไม่เคยขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาขอให้ยกคำร้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งคดีบริษัทผู้ร้องได้มีหนังสือมอบอำนาจโดยตรงให้ผู้รับมอบอำนาจและให้สัตยาบันการที่ทำไปแล้ว การมอบอำนาจให้ร้องคดีนี้จึงสมบูรณ์ และฟังว่าผู้คัดค้านขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาและละทิ้งหน้าที่การงาน โดยได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว มีเหตุที่ผู้ร้องจะเลิกจ้างมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้าง ป. กรรมการลูกจ้างได้ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๔ มาตรา ๕๒ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ผู้บังคับบัญชาผู้ร้องเคยมีหนังสือแจ้งให้ผู้คัดค้านปรับปรุงการทำงานที่บกพร่อง ๒ ครั้งหนังสือนั้นมีข้อความด้วยว่าหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามจะได้รับผลตอบแทนที่เฉียบขาด แสดงว่าผู้คัดค้านบกพร่องในการทำงานหนังสือนี้จึงถือได้ว่าเป็นหนังสือเตือนตามระเบียบข้อบังคับการทำงาน ต่อมาผู้บังคับบัญชามีหนังสือเตือนครั้งสุดท้าย และว่าให้หนังสือฉบับนี้มีผลเท่ากับการพักงานโดยมีข้อความระบุว่าเนื่องจากตำแหน่งของผู้คัดค้านเป็นตำแหน่งของหัวหน้าซึ่งมีความสำคัญและมีความจำเป็นที่ไม่สามารถจะให้พักงานได้เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงาน ดังนั้น ถ้าผู้คัดค้านยังไม่มีการปรับปรุงและแก้ไขตนเอง และยังกระทำความผิดแบบเดียวกันอีก ผู้คัดค้านจะได้รับการทำโทษที่รุนแรงมากกว่านี้จนถึงขั้นปลดออกจากงาน ฉะนั้น ผู้ร้องจึงมีเหตุที่จะเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ แม้ใบมอบอำนาจให้ดำเนินคดีของบริษัทนายจ้างจะไม่ได้ประทับตราของบริษัทโดยสมบูรณ์ แต่ต่อมาก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งคดีนี้ บริษัทผู้ร้องก็ได้มีหนังสือมอบอำนาจใหม่ให้ผู้รับมอบอำนาจดำเนินคดีนี้ และให้สัตยาบันแก่การที่ผู้ร้องได้กระทำไปแล้ว เห็นว่าถ้ามีผู้อ้างว่าเป็นผู้แทนของนิติบุคคล เมื่อศาลเห็นสมควรจะทำการสอบสวนถึงอำนาจของผู้นั้นก็ได้ เป็นอำนาจที่กฎหมายให้ไว้แก่ศาลโดยกว้างขวาง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๖๖ หากศาลเห็นว่าผู้นั้นไม่มีอำนาจดังที่อ้าง หรืออำนาจบกพร่อง ศาลมีอำนาจยกฟ้องคดีนั้นเสีย หรือมีคำพิพากษาหรือคำสั่งอย่างอื่นได้ตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ฉะนั้น ในเมื่อบริษัทผู้ร้องได้มีหนังสือมอบอำนาจเสียใหม่ถูกต้อง ศาลก็มีอำนาจให้แก้ไขข้อบกพร่องได้ตามอำนาจที่กฎหมายให้ไว้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาประชุมใหญ่ที่ ๑๑๘๔/๒๕๐๖ บริษัทโรงเลื่อยจักรไทยวัฒนา จำกัดฯโจทก์ นางอภิรัตน์ บริบูรณ์ กับพวก จำเลย) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2886/2524 บริษัทไอ. เอช. ซี. (ไทยแลนด์) จำกัดฯ ผู้ร้อง นายประโยชน์ คงสุข ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - บริษัทไอ. เอช. ซี. (ไทยแลนด์) จำกัดฯ · ผู้คัดค้าน - นายประโยชน์ คงสุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ขจร หะวานนท์ · ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสมมาตร พรหมานุกูล · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3371/2527ฎีกา 3591/2529ฎีกา 7030/2539ฎีกา 674/2526ฎีกา 2599/2541ฎีกา 2542/2533ฎีกา 3070/2529ฎีกา 4921/2532ฎีกา 3431/2542ฎีกา 2411-2415/2529ฎีกา 97-98/2529ฎีกา 2257/2543ฎีกา 3117/2543ฎีกา 1352/2542ฎีกา 3908/2524ฎีกา 3852/2535ฎีกา 3903/2524ฎีกา 4042/2542ฎีกา 2030/2528ฎีกา 3199/2525ฎีกา 295/2541ฎีกา 3026/2538ฎีกา 2746/2531ฎีกา 2065/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา