⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 870/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 870/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินบำเหน็จตามข้อบังคับของนายจ้างที่กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายแตกต่างจากค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ถือเป็นเงินประเภทอื่นที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง มิใช่ค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน แม้ข้อบังคับจะระบุว่าให้ถือเป็นการจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

เงินบำเหน็จตามข้อบังคับของจำเลย ฉบับที่ 29 ผู้ปฏิบัติงานจะมีสิทธิได้รับต่อเมื่อมีระยะเวลาทำงานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป เว้นแต่การออกจากงานเพราะเหตุที่ระบุไว้ เช่นเจ็บป่วยไม่สามารถทำงานต่อไปได้ มีระยะเวลาทำงานถึงกำหนดที่กล่าวแล้ว และกรณีผู้ปฏิบัติงานตาย จำเลยก็ยังต้องจ่ายเงินบำเหน็จแก่ทายาทของผู้ปฏิบัติงาน ผู้ปฏิบัติงานจะไม่มีสิทธิรับเงินบำเหน็จเมื่อถูกลงโทษไล่ออกหรือให้ออกตามข้อบังคับของจำเลยและทายาทไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จถ้าผู้ปฏิบัติงานถึงแก่ความตายเพราะกระทำผิดอาญาหรือถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยซึ่งถ้าไม่ตายเสียก่อนจะถูกลงโทษไล่ออกหรือให้ออก ดังนี้ เงินบำเหน็จเป็นเงินที่มีลักษณะหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจ่ายแตกต่างกับค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง คุ้มครองแรงงาน ข้อ 46, 47 และเป็นการจ่ายโดยมีวัตถุประสงค์ยิ่งกว่าให้เป็นเงินจำนวนหนึ่งแก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างเงินบำเหน็จตามข้อบังคับของจำเลยจึงเป็นเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้างมิใช่ค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ข้อบังคับของจำเลยกำหนดไว้ในข้อ 11 วรรคแรกว่า "การจ่ายเงินบำเหน็จตามข้อบังคับนี้ ให้ถือเป็นการจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงาน" เมื่อข้อบังคับดังกล่าวออกโดยอาศัยความในมาตรา 18 (8)แห่งพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. 2509แต่บทบัญญัติดังกล่าวเพียงให้คณะกรรมการมีอำนาจออกข้อบังคับว่าด้วยการสงเคราะห์ ผู้จัดการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ซึ่งพ้นการเป็นผู้จัดการพนักงานหรือลูกจ้างของธนาคารและครอบครัวของบุคคลดังกล่าวหาได้ให้อำนาจกำหนดให้เงินตามข้อบังคับที่ออกเป็นค่าชดเชยตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานด้วยไม่ ข้อบังคับของจำเลย ข้อ 11 วรรคแรกจึงไม่มีผลให้เงินบำเหน็จ ซึ่งเป็นเงินประเภทอื่นกลายเป็นค่าชดเชย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.47 พระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ.2509 ม.18

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๗อัตราค่าจ้างสุดท้ายเดือนละ ๘,๒๑๐ บาท เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๒๓ จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์เนื่องจากเหตุเกษียณอายุ โดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ตามกฎหมาย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน ๔๙,๒๖๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยได้จ่ายเงินบำเหน็จ ๒๑๓,๔๖๐ บาท ให้แก่โจทก์ไปแล้ว ตามข้อบังคับของจำเลยให้ถือเป็นค่าชดเชยด้วย ทั้งเงินบำเหน็จดังกล่าวมีจำนวนเกินกว่าค่าชดเชยตามกฎหมาย ถือว่าจำเลยได้จ่ายค่าชดเชยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ชั้นพิจารณาโจทก์รับว่าได้รับบำเหน็จไปแล้วตามจำนวนที่จำเลยให้การแต่เป็นคนละส่วนกับค่าชดเชย จำเลยส่งข้อบังคับของจำเลยฉบับที่ ๒๙ว่าด้วยเงินบำเหน็จลงวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๒๑ ต่อศาล โจทก์รับรองความมีอยู่และความถูกต้อง แล้วโจทก์จำเลยต่างแถลงไม่สืบพยาน ขอให้ศาลวินิจฉัยไปตามพยานหลักฐานดังกล่าว ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า บำเหน็จที่โจทก์ได้รับไปแล้วเป็นค่าชดเชยตามกฎหมาย โจทก์หมดสิทธิที่จะเรียกร้องซ้ำอีก ไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า เงินบำเหน็จตามข้อบังคับของจำเลย ฉบับที่ ๒๙ ผู้ปฏิบัติงานจะมีสิทธิได้รับต่อเมื่อมีระยะเวลาทำงานตั้งแต่ ๕ ปีขึ้นไป เว้นแต่การออกจากงานเพราะเหตุที่ระบุไว้ เช่น เจ็บป่วยไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ผู้ที่ลาออกจากงานก็มีสิทธิได้รับบำเหน็จหากมีระยะเวลาทำงานถึงกำหนดที่กล่าวแล้ว และกรณีผู้ปฏิบัติงานตาย จำเลยก็ยังต้องจ่ายเงินบำเหน็จแก่ทายาทของผู้ปฏิบัติงาน ผู้ปฏิบัติงานจะไม่มีสิทธิรับเงินบำเหน็จเมื่อถูกลงโทษไล่ออกหรือให้ออกตามข้อบังคับของจำเลยและทายาทจะไม่มีสิทธิจะได้รับเงินบำเหน็จถ้าผู้ปฏิบัติงานถึงแก่ความตายเพราะกระทำผิดอาญาหรือถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย ซึ่งถ้าไม่ตายเสียก่อนจะถูกลงโทษไล่ออกหรือให้ออกดังนี้ เห็นว่าเงินบำเหน็จเป็นเงินที่มีลักษณะหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจ่ายแตกต่างกับค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๖, ๔๗ และเห็นได้ว่าจำเลยจ่ายเงินบำเหน็จสำหรับตอบแทนความชอบของผู้ปฏิบัติงานมาจนออกจากงาน หรือตายโดยไม่มีความผิด ทั้งเป็นการทำงานมานานหรือมีเหตุควรสงเคราะห์เพื่อเป็นกำลังใจและให้ความมั่นใจแก่ผู้ปฏิบัติงานจึงเป็นการจ่ายโดยมีวัตถุประสงค์ยิ่งกว่าให้เป็นเงินจำนวนหนึ่งแก่ลูกจ้างเพื่อเลิกจ้างเงินบำเหน็จตามข้อบังคับของจำเลยจึงเป็นเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง แม้ข้อบังคับของจำเลยกำหนดไว้ในข้อ ๑๑ วรรคแรกว่า "การจ่ายเงินบำเหน็จตามข้อบังคับนี้ ให้ถือเป็นการจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงาน" และข้อบังคับนี้ได้ออกโดยอาศัยความในมาตรา ๑๘(๘) แห่งพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. ๒๕๐๙ ก็ตาม แต่บทบัญญัติ มาตรา ๑๘(๘)ดังกล่าว เพียงให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ออกข้อบังคับว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้จัดการพนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ซึ่งพ้นจากการเป็นผู้จัดการพนักงานหรือลูกจ้างของธนาคาร และครอบครัวของบุคคลดังกล่าว หาได้ให้อำนาจกำหนดให้เงินตามข้อบังคับที่ออกเป็นค่าชดเชยตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานไม่ ข้อบังคับของจำเลยข้อ ๑๑ วรรคแรก จึงไม่มีผลให้เงินบำเหน็จ ซึ่งเป็นเงินประเภทอื่นกลายเป็นค่าชดเชย ส่วนข้อบังคับของจำเลยข้อ ๑๑ วรรคสองซึ่งกำหนดว่า "ในกรณีเงินบำเหน็จที่จ่ายตามข้อบังคับนี้มีจำนวนน้อยกว่าค่าชดเชยที่ผู้ปฏิบัติงานหรือทายาทมีสิทธิจะได้ตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงาน ให้ธนาคารจ่ายเพิ่มจนครบจำนวนเท่ากับเงินชดเชยตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงาน" นั้น ไม่เกี่ยวกับกรณีคดีนี้ กรณีคดีนี้เงินบำเหน็จที่จำเลยจ่ายตามข้อบังคับสูงกว่าค่าชดเชย เงินที่จำเลยจ่ายแก่โจทก์จึงเป็นเงินบำเหน็จอย่างเดียว จำเลยยังหาได้จ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ไม่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าเงินบำเหน็จที่โจทก์ได้รับไปแล้วเป็นค่าชดเชยตามกฎหมาย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ทำงานมาแล้วเกินกว่า ๓ ปี จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน พิพากษากลับ ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน ๔๙,๒๖๐ บาท ให้แก่โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 870/2524 นายสะอาด สุทโธทัย โจทก์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสะอาด สุทโธทัย · จำเลย - ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ขจร หะวานนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสนิท นิติธรรมมาศ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 3591/2529ฎีกา 1343/2526ฎีกา 2104-2105/2525ฎีกา 2314/2525ฎีกา 3117/2529ฎีกา 4800/2534ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4921/2532ฎีกา 271/2525ฎีกา 3583/2524ฎีกา 1479/2526ฎีกา 3362/2529ฎีกา 2911/2524ฎีกา 2411-2415/2529ฎีกา 2078/2527ฎีกา 2257/2543ฎีกา 2242/2531ฎีกา 1352/2542ฎีกา 269/2525ฎีกา 3852/2535ฎีกา 1359/2530ฎีกา 4309/2541ฎีกา 2397/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา