⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2912/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2912/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาของศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ที่ยังไม่ถึงที่สุด ไม่ผูกมัดให้ศาลต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามนั้นในคดีอื่น.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ในคดีนี้ได้เป็นโจทก์ฟ้องผู้ร้องสอดคดีนี้ และสามีเป็นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอให้ขับไล่ออกจากบ้าน และส่งมอบทรัพย์มรดกของ ม. แก่โจทก์ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวที่วินิจฉัยว่าม. ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกทั้งสิ้นให้แก่จำเลยที่ 1 คดีนั้นแต่ผู้เดียวเป็นข้อเท็จจริงที่ยังรับฟังเป็นยุติไม่ได้ เพราะคดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุดโดยโจทก์ได้ยื่นฎีกา จึงไม่ผูกมัดให้ศาลอุทธรณ์จำต้องฟังข้อเท็จจริงเช่นนั้นในคดีนี้ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และยกคำร้องของผู้ร้องสอดศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ผู้ร้องสอดมีสิทธิรับเงินมรดกของนายมนัสที่จำเลยวางศาลไว้แล้ว โจทก์ทั้งห้าฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีได้ความว่าโจทก์ทั้งห้าในคดีนี้ได้เป็นโจทก์ฟ้องผู้ร้องสอดคดีนี้เป็นจำเลยที่ 1 และฟ้องสามีผู้ร้องสอดคดีนี้เป็นจำเลยที่ 2 ขอให้ศาลบังคับขับไล่จำเลยออกจากบ้าน และให้จำเลยส่งมอบทรัพย์มรดกของนายมนัสแก่โจทก์ตามสำนวนของศาลแพ่งคดีหมายเลขดำที่ 10345/2520 คดีหมายเลขแดงที่ 8822/2522 ในคดีดังกล่าวอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขดำที่ 2822/2522 คดีหมายเลขแดงที่ 282/2523 ของศาลอุทธรณ์โดยศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า นายมนัสได้ทำพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 18 มิถุนายน2514 ยกทรัพย์มรดกทั้งสิ้นให้แก่จำเลยที่ 1 คดีนั้นแต่ผู้เดียว และพิพากษายกฟ้อง คดีมีปัญหาว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวผูกมัดให้ศาลอุทธรณ์จำต้องฟังข้อเท็จจริงเช่นนั้นในคดีนี้ด้วยหรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ปรากฏศาลอุทธรณ์ได้สั่งไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 13 มีนาคม 2523 ในคดีนี้ว่า ให้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีนี้ภายหลังที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในสำนวนคดีหมายเลขดำที่ 10345/2520 คดีหมายเลขแดงที่ 8822/2522 ของศาลแพ่งให้คู่ความฟังแล้วแสดงว่าอุทธรณ์ได้ทำคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวเสร็จพร้อมกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีนี้ เป็นแต่ให้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวก่อนแล้วจึงอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีนี้เท่านั้น นอกจากนี้ยังปรากฏตามฎีกาของโจทก์ทั้งห้าว่า โจทก์ทั้งห้าซึ่งเป็นโจทก์ในคดีดังกล่าวได้ยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวต่อศาลฎีกาไว้แล้ว จึงเห็นได้ว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวที่วินิจฉัยว่านายมนัสได้ทำพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 19 มิถุนายน 2518 ยกทรัพย์มรดกทั้งสิ้นให้แก่จำเลยที่ 1 คดีนั้นแต่ผู้เดียวนั้นเป็นข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติไม่ได้ เพราะคดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวจึงไม่ผูกมัดให้ศาลอุทธรณ์จำต้องฟังข้อเท็จจริงเช่นนั้นในคดีนี้ด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเช่นนั้นในคดีนี้ด้วยโดย มิได้พิจารณาหลักฐานที่คู่ความนำสืบกันในคดีนี้เลยเช่นนี้ ย่อมเป็นการไม่ต้องด้วยกระบวนพิจารณา ฎีกาโจทก์ทั้งห้าในข้อนี้ฟังขึ้น แต่ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามที่โจทก์ฎีกาให้เสร็จไปโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2912/2524 นายอณิน ณ นคร กับพวก โจทก์ บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด จำเลย ผู้ร้องสอด จำเลย นางเตือนตา ศุภาพร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอณิน ณ นคร กับพวก · จำเลย - บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด · จำเลย - ผู้ร้องสอด · จำเลย - นางเตือนตา ศุภาพร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เลิศวิรุฬห์ · สุนทร วรรณแสง · พยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1788/2505ฎีกา 1722/2515ฎีกา 2611/2517ฎีกา 1777/2499ฎีกา 3405/2537ฎีกา 2617/2524ฎีกา 7223/2540ฎีกา 4134/2535ฎีกา 181/2495ฎีกา 360/2502ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 7420/2541ฎีกา 79/2501ฎีกา 2161/2538ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 5444/2551ฎีกา 7210/2540ฎีกา 1251/2500ฎีกา 3195/2540ฎีกา 5283/2540ฎีกา 4549/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา