⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2948/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2948/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อโจทก์พิสูจน์ได้ว่าตนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ที่เสียหาย โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการละเมิดได้ 2. การที่ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทเรื่องอายุความไว้ และจำเลยมิได้คัดค้าน ย่อมทำให้จำเลยหมดสิทธิยกปัญหาดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์หรือฎีกาในภายหลัง 3. คำพิพากษาคดีอาญาที่ยกฟ้องจำเลย ไม่ผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เสียหายในคดีแพ่ง และศาลสามารถวินิจฉัยข้อเท็จจริงในคดีแพ่งเป็นอย่างอื่นได้

ย่อคำพิพากษา

คำฟ้องโจทก์บรรยายว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถโดยเช่าซื้อมาจากผู้อื่นเมื่อโจทก์นำสืบเชื่อได้ว่าโจทก์ชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วน ทะเบียนรถโอนเป็นชื่อโจทก์แล้วรถย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าซ่อมตัวรถของโจทก์ที่เสียหายเพราะการละเมิดได้ แม้จำเลยจะให้การต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความแต่ชั้นพิจารณาศาลชั้นต้นมิได้กำหนดประเด็นไว้ และจำเลยมิได้คัดค้าน จำเลยจะยกปัญหาเรื่องอายุความขึ้นอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้ พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องจำเลยที่ 5 เป็นคดีอาญาฐานขับรถยนต์โดยประมาทผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 เป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย ศาลพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดแต่โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์โดยสารปรับอากาศที่ได้รับความเสียหายไม่อยู่ในฐานะที่พนักงานอัยการจะฟ้องจำเลยที่ 5 แทนโจทก์คำพิพากษาทางอาญาจึงไม่ผูกพันโจทก์ ศาลฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลและเป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.พ - 0374 โดยเช่าซื้อมาจากบริษัทแองโกลไทยมอเตอร์ส จำกัดจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน ป.จ.00089ร่วมกันและเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 5 จำเลยที่ 5 ทำประมาทเลินเล่อในหน้าที่ทางการที่จ้าง โดยจอดรถยนต์หมายเลขทะเบียน ป.จ.00089 ไว้ในถนนเพชรเกษมเวลากลางคืน ไม่ตามโคมไฟไว้เพื่อให้รถยนต์อื่นทราบว่ามีรถจอดอยู่เป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์หมายเลขทะเบียน ก.ท.พ - 0374แล่นมาชนได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้เงินจำนวน570,485 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.พ -0374 เพราะยังอยู่ในอายุสัญญาเช่าซื้อ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าซ่อมรถ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ จำเลยทั้งสามไม่ใช่เจ้าของรถคันเกิดเหตุและมิใช่นายจ้างจำเลยที่ 5 เหตุละเมิดเป็นความผิดของคนขับรถของโจทก์ จำเลยที่ 5 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะตัว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง คดีไม่ขาดอายุความจำเลยที่ 5 เป็นลูกจ้างทำหน้าที่ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1เหตุละเมิดเกิดขึ้นเพราะคนขับรถของโจทก์และจำเลยที่ 5 ต่างประมาทด้วยกันพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 5 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน313,954 บาท พร้อมดอกเบี้ย ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ที่ 4 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 5 ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 235,508.25 บาท และดอกเบี้ยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจากความผิดของจำเลยที่ 5 และจำเลยที่ 5 เป็นลูกจ้างกระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องคดีเกิน 1 ปี นับแต่วันละเมิดและฟ้องโจทก์ไม่ชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาว่าโจทก์รู้ตัวผู้พึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนวันใด แสดงว่ารู้ตั้งแต่วันละเมิดคดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 เห็นว่าเรื่องอายุความไม่ใช่สภาพแห่งข้อหาที่ต้องกล่าวมาในฟ้องว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความเพราะเหตุใ คำให้การต่อสู้คดีที่ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความนั้น ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดประเด็นไว้ และไม่มีการโต้แย้งคัดค้านแต่อย่างใด จำเลยที่ 1 จะยกปัญหาเรื่องอายุความขึ้นอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องจำเลยที่ 5 เป็นคดีอาญาฐานขับรถยนต์บรรทุกซุงหมายเลขทะเบียน ป.จ.00089โดยประมาทผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 เป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย ศาลพิพากษายกฟ้องคดีถึงที่สุดย่อมผูกพันโจทก์คดีนี้ ซึ่งศาลจะต้องรับฟังข้อเท็จจริงทางอาญาว่าจำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิด เห็นว่าโจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์โดยสารปรับอากาศที่ได้รับความเสียหาย ไม่อยู่ในฐานะที่พนักงานอัยการจะฟ้องจำเลยที่ 5 แทนโจทก์ คำพิพากษาทางอาญาจึงไม่ผูกพันโจทก์ศาลฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นได้ จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์โดยสารปรับอากาศ จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเอาค่าเสียหายเกี่ยวกับตัวรถเห็นว่า ในฟ้องโจทก์บรรยายว่าโจทก์เป็นเจ้าของรถโดยเช่าซื้อมาจากผู้อื่นจำเลยให้การโต้เถียงเฉพาะขณะเกิดเหตุว่าโจทก์ยังไม่ใช่เจ้าของรถเพราะอยู่ในระหว่างอายุของสัญญาเช่าซื้อ โจทก์นำสืบเชื่อได้ว่ารถคันนี้โจทก์ชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วน ทะเบียนรถโอนเป็นชื่อโจทก์แล้ว รถย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจเรียกค่าซ่อมตัวรถของโจทก์ที่เสียหายเพราะการละเมิดได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2948/2524 บริษัทยันตรกิจ มอเตอร์ จำกัด โจทก์ บริษัทโรงเลื่อยจักรไทยวนาพร จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทยันตรกิจ มอเตอร์ จำกัด · จำเลย - บริษัทโรงเลื่อยจักรไทยวนาพร จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวรรณพ กองวารี · ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5692/2538ฎีกา 4976/2536ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 5095/2556ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1000/2505ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 6321/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา