⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2954/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2954/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
วัดร้างยังคงมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและทรัพย์สิน และเมื่อได้รับการยกฐานะเป็นวัดที่มีพระสงฆ์แล้ว จะมีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นผู้สืบทอดสิทธิของวัดร้างนั้นมา จึงมีอำนาจฟ้องติดตามเอาคืนทรัพย์สินของวัดได้ การที่ศาลไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทเรื่องการครอบครองปรปักษ์ไว้ในชั้นชี้สองสถาน และคู่ความมิได้โต้แย้ง ถือว่าคู่ความสละประเด็นดังกล่าว และศาลจะวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาทไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

แม้จะยกฐานะวัดโจทก์จากวัดร้างขึ้นเป็นวัดที่มีพระสงฆ์ในปี พ.ศ. 2518 ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการก็ตามแต่พระราชบัญญัติปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มิได้บัญญัติถึงวัดร้าง ฉะนั้นวัดร้างจึงมิได้เสียสภาพจากการเป็นวัดเพราะยังมิได้มีการยุบเลิกวัดร้าง และยังมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและทรัพย์สินที่เป็นของวัดได้อยู่ โดยให้พนักงานฝ่ายพระราชอาณาจักรเป็น ผู้ปกครองรักษาไว้แทน ต่อมาวัดโจทก์ได้รับการยกฐานะจากวัดร้าง ขึ้นเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จึงมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 72 และเป็นผู้สืบทอดสิทธิต่างๆ ของวัดร้างนั้นมาจึงมีอำนาจเป็นโจทก์และมีสิทธิติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของวัดร้างนั้นจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 จำเลยยกข้อต่อสู้ เรื่องการครอบครองปรปักษ์ไว้ในคำให้การแต่เมื่อศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถาน มิได้กำหนดปัญหาดังกล่าวไว้เป็นประเด็นข้อพิพาท โจทก์จำเลยมิได้โต้แย้งหรือคัดค้านแต่ ประการใด จึงถือว่าคู่ความได้สละเกี่ยวกับปัญหาข้อนี้แล้ว ศาล จะหยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยอีกไม่ได้เพราะเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาทไม่ชอบด้วยกระบวนวิธีพิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.72 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ประเภทวัดในพระพุทธศาสนา โจทก์เป็นเจ้าของพระพุทธรูปปูนปั้นปางปาละวิชัยมีชื่อว่า "หลวงพ่อแดง" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปวัดโจทก์มานับร้อยปี เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนในท้องถิ่นนั้นตลอดมา จำเลยเป็นวัดในพระพุทธศาสนาและเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2501 พระรักษ์และพระสนธิกับพวกได้นำพระพุทธรูปหลวงพ่อแดงไปจากวัดโจทก์โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ใด นำไปประดิษฐานไว้ที่วัดจำเลย โจทก์และประชาชนได้พยายามคัดค้านห้ามปราม ให้จำเลยส่งคืนตลอดมา แต่จำเลยเพิกเฉย ต่อมาโจทก์ได้ร้องเรียนไปยังเจ้าคณะอำเภอพรหมพิราม ขอให้จำเลยนำพระพุทธรูปหลวงพ่อแดงคืนโจทก์ เจ้าคณะอำเภอดังกล่าวได้สั่งให้จำเลยคืน จำเลยเพิกเฉย โจทก์ร้องเรียนไปยังเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลกและกรรมการสงฆ์มีคำสั่งให้จำเลยคืน จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไปยังเจ้าคณะภาค 5 เจ้าคณะภาค 5 มีคำสั่งยกอุทธรณ์ของจำเลย และมีคำสั่งให้จำเลยคืนอีก จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้บังคับ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเพราะเป็นเพียงสำนักสงฆ์ จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เดิมพระพุทธรูปหลวงพ่อแดงอยู่ในสภาพปรักหักพังชำรุดตั้งอยู่ในป่า ซึ่งไม่ได้เป็นวัดร้างมาก่อน สถานที่นั้นไม่ปรากฏอยู่ในทะเบียนวัดร้างของทางราชการ ไม่ปรากฏเจ้าของเมื่อ พ.ศ. 2501 เจ้าคณะอำเภอและนายอำเภอท้องที่ได้อนุญาตให้นำพระพุทธรูปไปซ่อมแซมให้สมบูรณ์ตั้งเป็นพระประธานไว้ในโบสถ์วัดจำเลยเป็นส่วนควบของโบสถ์ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกไปได้ นอกจากจะทำลายฐานประตูหน้าต่างและผนังโบสถ์ จำเลยครอบครองพระพุทธรูปดังกล่าวอย่างเป็นเจ้าของเป็นศาสนสมบัติของวัดตลอดมาจนบัดนี้เป็นเวลา20 ปีแล้ว วัดจำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ โจทก์เพิ่งได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นสำนักสงฆ์เมื่อปี พ.ศ. 2518 จึงไม่มีสิทธิย้อนหลังไปเป็นเจ้าของหรือได้กรรมสิทธิ์ในพระพุทธรูปองค์นี้ซึ่งมีอยู่ก่อน ไม่มีอำนาจติดตามเอาคืนจากจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า พระพุทธรูปหลวงพ่อแดงเป็นพระพุทธรูปปั้นปางมารวิชัย เดิมประดิษฐานอยู่ในป่าบ้านไผ่ขอดอน หมู่ที่ 11 ตำบลบ้านกร่าง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก พระภิกษุทองอยู่เจ้าอาวาสวัดไผ่ขอดอนเป็นผู้พบเมื่อปี พ.ศ. 2479 องค์พระเดิมมีสภาพชำรุด จึงได้จัดการซ่อมแซมและได้สร้างหลังคาคลุมองค์พระไว้ หลังจากซ่อมแล้วได้มีชาวบ้านแถบนั้นไปบูชากราบไหว้เป็นประจำ ต่อมาปี พ.ศ. 2501 พระภิกษุรักษ์เจ้าอาวาสวัดจำเลยในขณะนั้นได้ร่วมกับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้นำองค์พระพุทธรูปหลวงพ่อแดงจากที่ประดิษฐานอยู่เดิมไปประดิษฐานเป็นพระประธานประจำโบสถ์วัดจำเลย ต่อมาปี พ.ศ. 2518 ทางราชการ ได้ประกาศยกสถานที่ที่พบและประดิษฐานองค์พระพุทธรูปหลวงพ่อแดงเมื่อปี 2479 นั้นขึ้นเป็นวัด โดยอ้างว่าสถานที่ตั้งพระพุทธรูปหลวงพ่อแดงเดิมนั้นเป็นวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระสงฆ์ชื่อว่า "วัดหลวงพ่อแดง" ต่อมาในปีพ.ศ. 2519 เจ้าอาวาสวัดโจทก์พร้อมด้วยประชาชนแถววัดโจทก์ได้ร้องเรียนต่อเจ้าคณะจังหวัดให้จำเลยคืนองค์พระพุทธรูปหลวงพ่อแดงเจ้าคณะจังหวัดพร้อมด้วยคณะกรรมการสงฆ์ได้วินิจฉัยให้จำเลยคืน จำเลยได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยของเจ้าคณะจังหวัดต่อเจ้าคณะภาค 5 เจ้าคณะภาค 5 ได้วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยโดยวินิจฉัยยืนตามคำตัดสินของคณะกรรมการมีเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลกเป็นประธาน และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า วัดโจทก์ถึงแม้ว่าจะเป็นวัดซึ่งยกฐานะจากวัดร้างขึ้นเป็นวัดที่มีพระสงฆ์ในปี พ.ศ. 2518 ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการเอกสารหมาย จ.1 ก็ดี แต่พระราชบัญญัติปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มิได้บัญญัติถึงวัดร้าง ฉะนั้นวัดร้างจึงมิได้เสียสภาพจากการเป็นวัดเพราะยังมิได้มีการยุบเลิกวัดร้าง และยังมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและทรัพย์สินที่เป็นของวัดได้อยู่ โดยให้พนักงานฝ่ายพระราชอาณาจักรเป็นผู้ปกครองรักษาไว้แทน ต่อมาปรากฏว่าโจทก์คดีนี้ได้รับการยกฐานะจากวัดร้างขึ้นเป็นวัดที่มีพระสงฆ์ โจทก์จึงมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 72 และเป็นผู้สืบทอดสิทธิต่าง ๆ ของวัดร้างนั้นมา ดังนั้นโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ และมีสิทธิติดตามเอาคืนองค์พระพุทธรูปหลวงพ่อแดงจากจำเลยผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 ส่วนประเด็นเรื่องจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในองค์พระพุทธรูปหลวงพ่อแดงโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่นั้น แม้จำเลยจะได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การ แต่เมื่อศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถานกำหนดประเด็นหน้าที่นำสืบ ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดปัญหาข้อนี้เป็นประเด็นไว้ โจทก์จำเลยมิได้โต้แย้งหรือคัดค้านแต่ประการใดจึงถือว่าคู่ความได้สละเกี่ยวกับปัญหาข้อนี้แล้ว ฉะนั้นที่ศาลล่างทั้งสองได้หยิบยกปัญหาข้อนี้ขึ้นวินิจฉัยอีก จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาทไม่ชอบด้วยกระบวนวิธีพิจารณา ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นข้อนี้ พิพากษากลับ ให้จำเลยส่งคืนพระพุทธรูปหลวงพ่อแดงแก่โจทก์ ฯลฯ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2954/2524 วัดหลวงพ่อแดง โจทก์ วัดหนองหม้อแกง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - วัดหลวงพ่อแดง · จำเลย - วัดหนองหม้อแกง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำเนียง ด้วงมหาสอน · สนิท อังศุสิงห์ · ศักดิ์ สนองชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 1415/2540ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1052/2509ฎีกา 1360/2544ฎีกา 967/2491ฎีกา 6039/2537ฎีกา 8364/2544ฎีกา 2207/2524ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 4832/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา