⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3243/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3243/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. หนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆ ในศาล ย่อมรวมถึงการตั้งทนายความแก้ต่างและให้การแก้ฟ้องแย้งด้วย 2. การเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียน สิทธิของผู้เช่าที่จดทะเบียนก่อนย่อมมีสิทธิยิ่งกว่าผู้เช่าที่จดทะเบียนภายหลัง

ย่อคำพิพากษา

หนังสือมอบอำนาจของโจทก์ระบุให้ ส.ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจตั้งทนายความเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆในศาล ย่อมมีความหมายรวมถึงให้ตั้งทนายความแก้ต่าง และให้การแก้ฟ้องแย้งด้วย โจทก์มีอำนาจฟ้องและให้การแก้ฟ้องแย้ง โจทก์จดทะเบียนเลิกการเช่าที่ดินกับ ช. และวันเดียวกันโจทก์ได้จดทะเบียนการเช่าให้ ป. แม้ต่อมาภายหลังจำเลยจะซื้อบ้านจาก ช. และโจทก์ทำหนังสือยินยอมให้จำเลยมีสิทธิการเช่าที่ดินสืบต่อจาก ช. ดังนี้ สิทธิการเช่าของจำเลยเป็นเพียงหลักฐานการเช่าแต่ไม่ได้จดทะเบียน ป.มีสิทธิยิ่งกว่าจำเลยในการเช่าที่ดินตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 543 จำเลยไม่มีสิทธิบังคับให้โจทก์ไปจดทะเบียนการเช่าอีกได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.543

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทของโจทก์และให้ชำระค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ 4,000 บาท นับแต่วันละเมิด ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่จำเลยฎีกาข้อแรกว่าหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ไม่ได้ระบุให้นายสมภพมีอำนาจแก้ต่างหรือตั้งทนายความในการแก้ฟ้องแย้งของจำเลย นายสมภพหรือทนายจึงไม่มีอำนาจแก้ฟ้องแย้งนั้นเห็นว่าหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ก็ได้ระบุว่าให้นายสมภพมีอำนาจแต่งตั้งทนายความเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ในศาล ย่อมมีความหมายรวมถึงให้ตั้งทนายความแก้ต่าง และให้การแก้ฟ้องแย้งด้วยโจทก์มีอำนาจฟ้องและให้การแก้ฟ้องแย้ง ที่จำเลยฎีกาข้อที่สองว่า จำเลยมีสิทธิเช่าที่ดินพิพาทสืบต่อจากนายไชยยศและมีสิทธิขอให้โจทก์ไปจดทะเบียนการเช่าด้วยนั้น ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2511 ก่อนที่จำเลยจะซื้อบ้านเลขที่ 143 จากนายไชยยศ ได้มีการจดทะเบียนเลิกการเช่าที่ดินระหว่างโจทก์กับนายไชยยศแล้ว และในวันเดียวกันโจทก์ได้จดทะเบียนการเช่าให้นายแปะที่ไปพร้อมกัน ดังนั้น แม้ต่อมาจำเลยจะได้ซื้อบ้านเลขที่ 143 จากนายไชยยศ และโจทก์ยินยอมให้จำเลยมีสิทธิการเช่าที่ดินสืบต่อจากนายไชยยศ หนังสือยินยอมนี้ทำขึ้นภายหลังที่โจทก์จดทะเบียนให้นายแปะตี่เช่าที่ดินไปแล้ว สิทธิการเช่าของจำเลยเป็นเพียงหลักฐานการเช่าแต่ไม่ได้จดทะเบียน นายแปะตี่มีสิทธิยิ่งกว่าจำเลยในการเช่าที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 543 จำเลยไม่มีสิทธิบังคับให้โจทก์ไปจดทะเบียนการเช่าอีกได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3243/2524 นางชมภู สุดแสงฯ โจทก์ นายศักดิ์ชัย ไตรรัตนประพันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางชมภู สุดแสงฯ · จำเลย - นายศักดิ์ชัย ไตรรัตนประพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพบูลย์ ไวกาสี · ประสาท บุณยรังษี · สง่า อำพันแสง
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1596/2529ฎีกา 53/2525ฎีกา 1451/2512ฎีกา 890/2503ฎีกา 282/2524ฎีกา 1572/2511ฎีกา 6911/2544ฎีกา 2346/2531ฎีกา 240/2514ฎีกา 286/2525ฎีกา 1170/2505ฎีกา 5675/2530ฎีกา 2681/2519ฎีกา 5919/2533ฎีกา 2017/2515ฎีกา 3887/2534ฎีกา 1973/2494ฎีกา 2604/2540ฎีกา 3160/2545ฎีกา 1906/2519ฎีกา 4200/2535ฎีกา 4977/2533ฎีกา 718/2538ฎีกา 1899/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา