⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3330-3331/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3330-3331/2524

ป.วิ.แพ่ง ม.144

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำเกิดขึ้นได้ แม้คดีหลังจะถูกฟ้องก่อนคดีแรกมีคำพิพากษา แต่หากคดีแรกมีคำวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นข้อพิพาทเดียวกันแล้ว คดีหลังก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ

ย่อคำพิพากษา

ก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ถูกจำเลยฟ้องขับไล่ออกจากที่พิพาท อ้างว่าโจทก์ผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่พิพาท โจทก์ให้การอย่างเดียวกับข้ออ้างตามคำบรรยายฟ้องคดีนี้ต่อมาคดีแรกศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่โจทก์ ดังนี้ เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้กับคดีแรกมีประเด็นข้อพิพาทอย่างเดียวกัน และศาลมีคำวินิจฉัยชี้ขาดคดีแรกว่าโจกท์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 แม้โจทก์จะฟ้องคดีนี้ก่อนที่ศาลจะวินิจฉัยคดีแรกก็ตาม แต่เมื่อศาลพิพากษาคดีแรกแล้ว กรณีก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 144 เช่นกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์เช่าที่ดินของจำเลยปลูกห้องแถวอยู่อาศัยจำเลยตกลงแบ่งขายที่ดินที่โจทก์เช่าแก่โจทก์ และได้รับเงินมัดจำไปจำนวนหนึ่งแล้วต่อมาเมื่อจำเลยได้ทำการแบ่งแยกโฉนดที่ดินที่จะซื้อจะขาย จำเลยกลับปฏิเสธไม่ยอมโอนและเกี่ยงราคาที่ดินสูงขึ้นจากเดิม จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอบังคับจำเลยให้รับชำระเงินค่าที่ดินที่ค้างชำระ แล้วโอนที่ดินแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยแบ่งแยกที่ดินที่จะขายเสร็จและแจ้งให้โจทก์ไปทำการโอนแล้ว โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยจึงริบเงินมัดจำและบอกเลิกสัญญาให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาทต่อมาจำเลยได้ฟ้องขับไล่โจทก์ให้ออกไปจากที่พิพาทคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล โจทก์กลับหาเหตุมาฟ้องจำเลยในคดีนี้ซึ่งมีข้อเท็จจริงอันเป็นประเด็นข้อพิพาทอย่างเดียวกัน ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้อนและซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ก่อนโจทก์จะฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้โจทก์ได้ถูกจำเลยฟ้องขอให้ขับไล่ออกไปจากที่พิพาทรายเดียวกันนี้ โดยอ้างเหตุตามคำฟ้องในคดีนั้นว่า โจทก์ผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาท โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยคดีดังกล่าวให้การต่อสู้คดีโดยอ้างเหตุอย่างเดียวกับข้ออ้างตามคำบรรยายฟ้องของตนในคดีนี้คดีอยู่ระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นโจทก์จึงได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ต่อมาคดีที่จำเลยฟ้องขับไล่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่โจทก์ออกจากที่พิพาท ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์ในคดีนี้กับคดีที่จำเลยคดีนี้เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยในคดีก่อน มีประเด็นข้อพิพาทซึ่งศาลจะต้องวินิจฉัยอยู่ในประเด็นเดียวกันในข้อที่ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดสัญญาเมื่อศาลได้มีคำพิพากษาวินิจฉัยชี้ขาดคดีว่าโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีก่อนเป็นฝ่ายผิดสัญญา ฟ้องของโจทก์ในคดีนี้จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 แม้ว่าโจทก์จะได้ฟ้องคดีนี้ไว้ก่อนที่ศาลจะได้วินิจฉัยชี้ขาดคดีก็ตาม แต่เมื่อศาลชั้นต้นได้พิพากษาชี้ขาดคดีแล้ว กรณีก็ต้องตกอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 144 เช่นกัน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3330 - 3331/2524 นางหยอง แซ่คู โจทก์ นางสาวประยูร พึ่งวิชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางหยอง แซ่คู · จำเลย - นางสาวประยูร พึ่งวิชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · ศักดิ์ สนองชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 171/2513ฎีกา 5414/2536ฎีกา 1182/2491ฎีกา 1081/2549ฎีกา 261/2506ฎีกา 3190/2530ฎีกา 6506/2547ฎีกา 2002/2511ฎีกา 5286/2559ฎีกา 7268/2537ฎีกา 2049/2524ฎีกา 5568/2555ฎีกา 44/2522ฎีกา 4626/2540ฎีกา 636/2558ฎีกา 4817/2550ฎีกา 5503/2536ฎีกา 7278/2537ฎีกา 4689/2548ฎีกา 1883-1884/2559ฎีกา 4657/2552ฎีกา 2047/2514ฎีกา 6574/2541ฎีกา 8106/2560
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา