คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 352/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลทำงานโดยได้รับผลประโยชน์เป็นส่วนแบ่งจากรายได้ที่ตนเองหามาได้โดยตรงจากลูกค้า และนายจ้างไม่มีอำนาจบังคับบัญชาหรือสั่งการเกี่ยวกับการทำงานนั้น ถือว่าบุคคลนั้นมิได้ทำงานให้นายจ้างเพื่อรับค่าจ้าง จึงไม่ใช่ลูกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
ย่อคำพิพากษา
โจทก์เป็นช่างตัดผมอยู่ที่ร้านของจำเลย โดยจำเลยเป็นผู้ออกอุปกรณ์ของใช้ต่างๆ ค่าตัดผมที่โจทก์ตัดจำเลยได้ร้อยละ 40 โจทก์ได้ร้อยละ 60 ไม่มีระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ลักษณะเห็นได้ว่าจำเลยไม่มีอำนาจสั่งการเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ โดยเป็นทำนองจำเลยมีร้านตัดผมและอุปกรณ์แต่ไม่สามารถตัดเองได้ ก็หาประโยชน์โดยเปิดโอกาสให้ช่างตัดผมเข้ามาทำการตัดผมในร้านของจำเลยและแบ่งรายได้ที่ช่างตัดผมได้รับเป็นของจำเลยส่วนหนึ่ง การทำงานของโจทก์เป็นการกระทำให้ได้มาซึ่งค่าจ้างจากลูกค้า ค่าจ้างที่โจทก์ได้รับมิใช่ค่าจ้างที่จำเลยจ่ายให้ ถือไม่ได้ว่าโจทก์ตกลงทำงานให้แก่จำเลยเพื่อรับค่าจ้าง โจทก์จึงมิใช่ลูกจ้างของจำเลยตามความหมายแห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยต่อมาจำเลยจะเปลี่ยนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน โจทก์ไม่ยินยอมจำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์
จำเลยให้การว่า จำเลยมิใช่นายจ้างของโจทก์ แต่ได้สัญญากันประกอบกิจการตัดผม โดยจำเลยเป็นเจ้าของสถานที่และอุปกรณ์ โจทก์เป็นผู้ตัดผม ได้เงินแล้วโจทก์ได้ร้อยละ 60 จำเลยได้ร้อยละ 40 จำเลยจะขอขึ้นค่าไฟฟ้า โจทก์ไม่ยอม โจทก์ที่ 7 ด่าว่าและขู่จะทำร้ายจำเลยจำเลยจึงไล่โจทก์ที่ 7 โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 พากันเลิกสัญญาเอง
ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยมีลักษณะเป็นการตกลงกันประกอบกิจการเพื่อหาผลประโยชน์มาแบ่งกันโดยจำเลยเป็นฝ่ายออกทุน โจทก์เป็นฝ่ายออกแรงและฝีมือ ไม่ใช่ลักษณะของนายจ้างลูกจ้าง เมื่อจำเลยเห็นว่าไม่สามารถร่วมงานกับโจทก์ได้จึงบอกเลิกเสีย หาใช่เป็นการเลิกจ้างไม่ โจทก์หามีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยไม่พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 2 "ลูกจ้าง"หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างเพื่อรับค่าจ้าง ฯลฯ ลักษณะการทำงานของโจทก์และจำเลยเป็นที่เห็นได้ว่า จำเลยไม่มีอำนาจสั่งการเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ โจทก์จะมาทำงานหรือไม่ก็ได้ ไม่มีระเบียบเกี่ยวกับการลา เพียงแต่เมื่อโจทก์ไม่มาทำงานก็บอกกล่าวให้จำเลยทราบทั้งนี้เพื่อจำเลยจะได้แจ้งแก่ลูกค้าทราบ และเป็นการสะดวกแก่การจัดรอบการทำงาน หากโจทก์คนใดขาดไปบ่อย ๆ จะถูกจำเลยว่าเอาบ้างก็เป็นการบ่นว่าธรรมดา ไม่มีผลเกี่ยวกับการที่จำเลยจะต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์หรือไม่ งานที่โจทก์และจำเลยทำเป็นทำนองจำเลยมีร้านตัดผมและอุปกรณ์พร้อมแต่ไม่สามารถตัดเองได้ ก็หาประโยชน์โดยเปิดโอกาสให้ช่างตัดผมเข้ามาทำการตัดผมในร้านของจำเลย และแบ่งรายได้ที่ช่างตัดผมได้รับเป็นของจำเลยส่วนหนึ่ง การทำงานของโจทก์เป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าจ้างจากลูกค้า ค่าจ้างที่ได้รับเป็นเงินที่ลูกค้าจ่ายให้แก่โจทก์และเป็นผลอันเกิดจากการตัดผมให้แก่ลูกค้าโดยตรง จำเลยเพียงแต่มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งค่าจ้างดังกล่าวส่วนหนึ่งในฐานะเป็นเจ้าของร้านเครื่องอุปกรณ์ และเครื่องใช้ต่าง ๆ เท่านั้น ค่าจ้างที่โจทก์ได้รับมิใช่เป็นค่าจ้างที่จำเลยจ่ายให้ จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ตกลงทำงานให้แก่จำเลยเพื่อรับค่าจ้าง โจทก์มิใช่ลูกจ้างของจำเลย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 352/2524
นายสมศักดิ์ บุญมณีโรจน์ กับพวก โจทก์
นายโสภณ ฤทธิอุยานนท์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมศักดิ์ บุญมณีโรจน์ กับพวก · จำเลย - นายโสภณ ฤทธิอุยานนท์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · ประทีป ชุ่มวัฒนะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา