⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3769/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3769/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเมื่อถูกเลิกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นคนละส่วนกับค่าเสียหายตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ การได้รับเงินส่วนหนึ่งไปแล้วไม่ตัดสิทธิในการฟ้องเรียกเงินอีกส่วนหนึ่งตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์

ย่อคำพิพากษา

เงินที่โจทก์มีสิทธิได้รับเมื่อถูกเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 เป็นคนละส่วนกับค่าเสียหายตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์มาตรา 41(4) แม้โจทก์จะได้รับเงินตามประกาศและกฎหมายดังกล่าวไปแล้วก็ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องเรียกเงินตาม พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ มาตรา 41(1) อีก ฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ 71/2524 ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2524 ให้แก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 5,760 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 7,560 บาท โจทก์ที่ 3 จำนวน 4,950 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าคดีก่อนกับคดีนี้มูลคดีอย่างเดียวกันคือโจทก์ถูกจำเลยเลิกจ้างโจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิทางใดทางหนึ่ง เมื่อได้ใช้สิทธิฟ้องร้องทางศาลและศาลมีคำพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้วโจทก์กลับไปเรียกร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์อีก เป็นการไม่ชอบ เพราะเป็นการบังคับตามสิทธิในมูลกรณีเดียวกันทั้งสองทางซ้ำซ้อนกัน และโจทก์มีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยในคราวเดียวกันได้อยู่แล้ว ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้ำนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายแก่โจทก์ในคดีก่อน เป็นเงินที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับเมื่อถูกเลิกจ้างตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 เงินทั้งสองประเภทดังกล่าวเป็นคนละส่วนกับค่าเสียหายที่โจทก์ควรจะได้รับเมื่อถูกจำเลยเลิกจ้างซึ่งเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ซึ่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจกำหนดให้จำเลยชดใช้ได้ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 41(4)มิใช่เป็นการซ้ำซ้อนดังอุทธรณ์จำเลยจริงอยู่ศาลแรงงานมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์แต่ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา 8 วรรคท้ายบัญญัติว่า "คดีตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์บัญญัติให้ร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือปฏิบัติตามขั้นตอนและวิธีการที่กำหนดไว้ จะดำเนินการในศาลแรงงานได้ต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามขั้นตอนและวิธีการที่กฎหมายดังกล่าวบัญญัติไว้แล้ว" เมื่อการเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดจากการเลิกจ้างซึ่งเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมดังเช่นคดีนี้ พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ได้บัญญัติขั้นตอนและวิธีการให้ปฏิบัติโดยยื่นคำร้องกล่าวหาต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ตามมาตรา 124 คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ดังนั้นการที่โจทก์นำคดีมาฟ้องเป็นคดีนี้ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายตามคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ดังกล่าว จึงเป็นการอาศัยเหตุอันเป็นมูลฐานต่างกันกับคดีก่อน ฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3769/2524 นายสุชิน อุดหนุนเผ่าพงษ์ กับพวก โจทก์ บริษัทกรุงไทยสตีลเวอร์ค จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุชิน อุดหนุนเผ่าพงษ์ กับพวก · จำเลย - บริษัทกรุงไทยสตีลเวอร์ค จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · ขจร หะวานนท์ · ไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 2570/2554ฎีกา 345/2495ฎีกา 2779/2544ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 945/2504ฎีกา 1030/2509ฎีกา 2585/2525ฎีกา 3195/2540ฎีกา 5283/2540ฎีกา 3785/2545ฎีกา 7706/2548ฎีกา 1182/2491ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 1228/2539ฎีกา 1081/2549ฎีกา 1642/2545ฎีกา 261/2506ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา