⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3786/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3786/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วมีสิทธิรับมรดกของบิดาได้เสมือนบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 จึงมีสิทธิรับมรดกของบิดาได้ โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นบุตรโดยชอบ ด้วยกฎหมายของ ป. แต่นำสืบว่าโจทก์เป็นบุตรที่ป.รับรองแล้วไม่เป็นการนำสืบนอกฟ้อง ปัญหาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ มิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อจำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่+วินิจฉัย โจทก์บรรยายฟ้องว่า ป. เป็นผู้มีสิทธิรับมรดกเฉพาะส่วนของ ส. แล้วนำสืบว่า ป. มีสิทธิรับมรดกเพราะ ส. ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้ ป. หาใช่เป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็นไม่ โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นทายาทของป. จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกไม่จัดการทรัพย์มรดกโจทก์ จึงขอให้บังคับให้จำเลยจัดการโอนให้ ดังนี้ เป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกทายาทมีสิทธิฟ้องคดี ภายใน 5 ปี นับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1733 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1627 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1733

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทั้งหกเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายประสงค์ มีสวัสดิ์ ก่อนนายประสงค์ถึงแก่กรรมนายประสงค์มีสิทธิรับมรดกเฉพาะส่วนของนายสหาก มีสวัสดิ์แต่ผู้เดียวในที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๘๖ และบ้านซึ่งปลูกในที่ดินดังกล่าว จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายประสงค์ทำหน้าที่โดยทุจริตคือขายที่ดินดังกล่าวไปบางส่วนไปราคาประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยส่งมอบเงินให้โจทก์เพียง ๑๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยยักยอกส่วนที่เหลือไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว ขอให้บังคับจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้องเฉพาะส่วนที่เหลือพร้อมบ้านแก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยและให้มีคำสั่งถอดถอนจำเลยออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายประสงค์ จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งหมดไม่ใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายประสงค์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ทรัพย์ตามฟ้องเดิมเป็นของนายสหากซึ่งถึงแก่กรรมโดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ มรดกจึงตกแก่ทายาททุกคนของนายสหากหาใช่ตกแก่นายประสงค์คนเดียวไม่จำเลยมิได้ทุจริตต่อหน้าที่ผู้จัดการมรดก เมื่อจำเลยขายทรัพย์มรดกแล้วได้แบ่งเงินให้โจทก์มากกว่าจำนวนที่โจทก์ควรจะได้รับเสียอีกคดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้องเฉพาะส่วนที่เหลือพร้อมบ้านตามฟ้องให้แก่โจทก์ทั้งหก หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ทั้งหกเป็นบุตรนอกกฎหมายที่นายประสงค์ มีสวัสดิ์ บิดารับรองแล้วถือได้ว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๒๗ จึงมีสิทธิรับมรดกของนายประสงค์ผู้บิดา ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์ทั้งหกเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายประสงค์ แต่นำสืบว่าเป็นบุตรที่นายประสงค์รับรองแล้วเป็นการนำสืบนอกฟ้องนั้นเห็นว่าบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วก็มีสิทธิรับมรดกเช่นเดียวกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายโจทก์จึงมิได้นำสืบนอกฟ้องแต่อย่างใด ส่วนปัญหาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ปัญหาข้อนี้จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ และมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ จำเลยฎีกาด้วยว่าการที่โจทก์นำสืบว่านายสหากทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้นายประสงค์เป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็น เห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่านายประสงค์เป็นผู้มีสิทธิได้รับมรดกเฉพาะส่วนของนายสหากแต่ผู้เดียวในที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๘๖ พร้อมบ้านซึ่งปลูกในที่ดินดังกล่าวการที่โจทก์นำสืบว่านายประสงค์มีสิทธิได้รับมรดกเพราะนายสหากทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้นายประสงค์จึงหาใช่เป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็นไม่ จำเลยฎีกาว่า โจทก์มิได้กล่าวอ้างว่านายประสงค์บิดาโจทก์ได้รับมรดกโดยทางพินัยกรรม แม้จำเลยจะโอนรับมรดกที่พิพาทไว้ในฐานะผู้จัดการมรดกก็ตาม โจทก์ต้องฟ้องคดีภายใน ๑ ปี จะนำอายุความ ๕ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๓๓ วรรคสองมาใช้บังคับไม่ได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ฟ้องตั้งประเด็นว่าโจทก์เป็นทายาทโดยชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิรับมรดกที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างของนายประสงค์บิดาจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายประสงค์ไม่จัดการโอนทรัพย์มรดกดังกล่าวให้โจทก์ทั้งหกคนจึงฟ้องบังคับให้จำเลยจัดการโอนให้ ดังนี้เป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก ทายาทมีสิทธิฟ้องคดีภายใน ๕ ปี นับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๗๓๓ วรรคสอง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3786/2524 นางสาวมารียำ มีสวัสดิ์ กับพวก โจทก์ นายโต มีสวัสดิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวมารียำ มีสวัสดิ์ กับพวก · จำเลย - นายโต มีสวัสดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย อินทุภูติ · ปรีชา สุมาวงศ์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประชา บุญวนิช · ศาลอุทธรณ์ - นายดำรง สายเชื้อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 99/2541ฎีกา 1342/2509ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2135/2518ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 991/2548ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 848/2534ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1616/2522ฎีกา 1687/2497ฎีกา 2635/2527ฎีกา 1510/2520ฎีกา 4085/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา