คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3795/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การระบุอ้างกฎหมายในคำฟ้องโดยระบุชื่อพระราชบัญญัติและข้อหาหรือฐานความผิดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าว แม้จะไม่ได้ระบุบทมาตราไว้ ก็ถือว่าสมบูรณ์ตามกฎหมายหากข้อเท็จจริงที่บรรยายครบถ้วนตามองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายนั้นแล้ว
ย่อคำพิพากษา
แม้คำขอท้ายคำฟ้องจะระบุอ้างแต่พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 โดยไม่ได้อ้างบทมาตรา 3 ไว้ด้วย แต่โจทก์ก็ได้ระบุไว้ที่หน้า คำฟ้องในช่องข้อหาหรือฐานความผิดว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3และตามพระราชบัญญัติดังกล่าวซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 5 มาตราก็มี มาตรา 3 เท่านั้น ที่บัญญัติว่าการกระทำเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ ซึ่งโจทก์ได้บรรยายการกระทำผิดของจำเลยไว้ครบถ้วนตามมาตรา 3 แล้ว จำเลยย่อมเข้าใจดีและไม่หลงต่อสู้ คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวย่อมมีผลเท่ากับการอ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6)แล้ว จึงเป็นคำฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันออกเช็คสองฉบับ โดยจำเลยที่ 2 ลงชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายและประทับตราของจำเลยที่ 1 โจทก์ได้รับเช็คทั้งสองฉบับนั้นจากผู้มีชื่อเป็นการชำระหนี้ โจทก์นำเช็คดังกล่าวไปขอรับเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินโดยแจ้งว่าเงินในบัญชีไม่พอจ่าย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ให้ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ให้เรียงกระทงลงโทษ
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำขอท้ายฟ้องมิได้ระบุมาตรา 3 ไว้ด้วยเท่ากับโจทก์ไม่ได้อ้างบทมาตราที่จะใช้ลงโทษจำเลยและมิใช่เป็นการอ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด ต้องถือว่าฟ้องโจทก์ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้คำขอท้ายคำฟ้องของโจทก์ระบุอ้างแต่พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497เฉย ๆ โดยไม่ได้อ้างมาตรา 3 ไว้ด้วย กับอ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 ก็ตาม แต่โจทก์ก็ได้ระบุอ้างไว้ที่หน้าคำฟ้องในช่องข้อหาหรือฐานความผิดว่าพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 มาตรา 3 และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 196 มีอยู่ทั้งหมด 5 มาตรา มาตราที่บัญญัติว่า การกระทำเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้มีอยู่เฉพาะมาตรา 3 เท่านั้น ในคำฟ้องโจทก์ก็ได้บรรยายการกระทำผิดของจำเลยไว้ชัดแจ้งครบถ้วนตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 แล้ว จำเลยย่อมเข้าใจได้ดีและไม่หลงต่อสู้ เมื่อโจทก์ได้อ้างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 ไว้ในคำขอท้ายคำฟ้อง อีกทั้งได้ระบุอ้างมาตรา 3 และชื่อพระราชบัญญัติดังกล่าวไว้ที่หน้าคำฟ้องแล้วเช่นนี้ ย่อมมีผลเท่ากับการอ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) แล้ว คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคำฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาข้ออื่นแล้ว พิพากษาใหม่ตามรูปคดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3795/2524
นายสมชาย นาคสมภพ โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดเอ็ม.ที.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนลเทรดดิ้ง จำเลย
ที่ 1 กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมชาย นาคสมภพ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเอ็ม.ที.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนลเทรดดิ้ง · จำเลย - ที่ 1 กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สำเนียง ด้วงมหาสอน · สนิท อังศุสิงห์ · ปรีชา พานิชวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา