⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3820/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3820/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ค่าครองชีพที่จ่ายให้แก่พนักงานเป็นประจำและมีจำนวนแน่นอน ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง และเมื่อรวมกับค่าจ้างแล้วไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย ถือว่าจำเลยปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ค่าครองชีพที่จำเลยจ่ายให้แก่พนักงานของจำเลยมีจำนวนแน่นอนและจ่ายให้เป็นประจำ เป็นการจ่ายเพื่อตอบแทนการทำงาน จึงเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างและเมื่อรวมกับค่าจ้างบางอัตราที่จำเลยจ่ายให้แก่พนักงานของจำเลยแล้ว มิได้ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศกระทรวงมหาดไทย จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยจ่ายค่าจ้างให้พนักงานของจำเลยต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 10) ลงวันที่ 1 กันยายน 2523

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.2

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ จำเลยเป็นองค์การรัฐวิสาหกิจ เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้านครหลวง พ.ศ. ๒๕๐๑ และเป็นนายจ้างของพนักงานการไฟฟ้านครหลวงและสมาชิกของโจทก์ เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๒๓ กระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ ๑๐) ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในท้องที่กรุงเทพมหานครเป็นวันละ ๕๔ บาท และให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๓ เป็นต้นไป อัตราค่าจ้างขั้นต่ำดังกล่าวเมื่อคิดคำนวณเป็นเดือนแล้วจะเท่ากับเดือนละ ๑,๖๒๐ บาท แต่จำเลยซึ่งตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครยังคงจ่ายเงินเดือนให้แก่สมาชิกโจทก์และพนักงานการไฟฟ้านครหลวงในอัตราขั้นต่ำเดือนละ ๑,๓๕๐ บาท เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ขอให้ศาลบังคับจำเลยปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ ๑๐) โดยจ่ายอัตราเงินเดือนแก่สมาชิกโจทก์และพนักงานของจำเลยเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเดือนละ ๑,๖๒๐ บาท และจ่ายจำนวนเงินที่ยังขาดอยู่ให้แก่สมาชิกโจทก์และพนักงานของจำเลยตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๓ เป็นต้นไป จำเลยให้การว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ(ฉบับที่ ๑๐) หมายถึงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน มิได้หมายรวมถึงค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำโดยคำนวณเป็นรายเดือนอย่างไรก็ตามจำเลยได้จ่ายค่าครองชีพให้แก่พนักงานขั้นต่ำเดือนละ ๔๐๐ บาท ซึ่งเมื่อรวมกับเงินเดือนตามฟ้องโจทก์แล้วเป็นจำนวนมากกว่าที่โจทก์ฟ้องจำเลยจ่ายค่าจ้างให้พนักงานของจำเลยโดยกำหนดอัตราค่าจ้างเป็นรายเดือนตามที่กระทรวงการคลังอนุมัติจึงเป็นการถูกต้องตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณาโจทก์จำเลยแถลงรับกันว่า ในขณะใช้บังคับประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ฉบับที่ ๑๐ ให้ลูกจ้างได้ค่าจ้างขั้นต่ำวันละ ๕๔ บาท จำเลยยังคงจ่ายค่าจ้างให้แก่พนักงานของจำเลยไม่ถึงเดือนละ ๑,๖๒๐ บาท อยู่ ๓ อัตราคือ ๑,๓๕๐ บาท, ๑,๔๕๐ บาท และ ๑,๕๗๐ บาท โดยจำเลยถือว่าเป็นลูกจ้างรายเดือนไม่อยู่ในบังคับของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและพนักงานที่ได้รับค่าจ้างใน ๓ อัตรานี้ยังได้รับค่าครองชีพอีกคนละ ๔๐๐บาท ต่อเดือนเท่ากัน โจทก์จำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยจ่ายเงินเดือนให้แก่พนักงานของจำเลยต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ ๓ อัตราคือ ๑,๓๕๐ บาท, ๑,๔๕๐ บาท และ๑,๕๗๐ บาท แต่พนักงานของจำเลยทุกคนก็ได้รับค่าครองชีพจากจำเลยเดือนละ ๔๐๐ บาทเท่ากัน ซึ่งค่าครองชีพก็คือค่าจ้าง เมื่อรวมกันแล้วพนักงานดังกล่าวได้รับค่าจ้างเดือนละ ๑,๗๕๐ บาท, ๑,๘๕๐ บาท และ ๑,๙๗๐ บาท จำเลยจึงมิได้จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างของจำเลยต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ ๑๐) พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าค่าครองชีพที่จำเลยจ่ายให้แก่พนักงานของจำเลยเป็นการจ่ายให้เป็นประจำและมีจำนวนแน่นอนถึงแม้สาเหตุแห่งการจ่ายและวิธีการจ่ายจะสืบเนื่องจากค่าครองชีพระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๒๓ เพิ่มขึ้นและจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ โจทก์สมาชิกของโจทก์และพนักงานของจำเลยประสบปัญหาเรื่องปากท้องไม่พอกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น จึงได้ร้องเรียนให้คณะรัฐมนตรีปรับปรุงโครงสร้างของเงินเดือนเสียใหม่ แต่เนื่องจากกระทรวงการคลังซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องโครงสร้างเงินเดือนของพนักงานรัฐวิสาหกิจโดยตรงไม่สามารถปรับปรุงโครงสร้างเรื่องเงินเดือนให้ทันได้ กระทรวงมหาดไทยจึงได้นำเรื่องการจ่ายค่าครองชีพเพื่อช่วยเหลือพนักงานรัฐวิสาหกิจเป็นการชั่วคราวก่อนจนกว่าจะมีการประกาศเรื่องโครงสร้างของเงินเดือนเสร็จสิ้นและประกาศใช้ในภายหลังโดยให้ค่าครองชีพคนละ ๔๐๐ บาท ต่อเดือน เฉพาะพนักงานและลูกจ้างประจำของรัฐวิสาหกิจที่มีค่าจ้างเงินเดือนเท่ากับหรือต่ำกว่า ๓,๐๓๐ บาท และเดือนละ ๓๐๐ บาท สำหรับพนักงานและลูกจ้างประจำของรัฐวิสาหกิจที่มีค่าจ้างเงินเดือนกว่า ๓,๐๓๐ บาท แต่ไม่เกิน ๕,๖๕๐ บาท ก็ตาม ก็แสดงว่าค่าจ้างหรือเงินเดือนเดิมไม่ได้ส่วนกับภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น จึงต้องจ่ายค่าครองชีพเพิ่มเติมให้ ซึ่งแม้จะเป็นในระยะที่ยังปรับปรุงโครงสร้างเงินเดือนไม่ทัน ก็ยังถือได้ว่าค่าครองชีพที่จำเลยจ่ายให้แก่พนักงานของจำเลยในระยะเวลาดังกล่าวแล้วเป็นการตอบแทนการทำงานของพนักงานเช่นกัน จึงเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างและปรากฏว่าพนักงานของจำเลยที่ได้รับค่าจ้างไม่ถึงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำคือ ๑,๖๒๐ บาท มีอยู่ ๓ อัตราคือ ๑,๓๕๐ บาท ๑,๔๕๐ บาท และ ๑,๕๗๐ บาท แต่เมื่อรวมกับค่าครองชีพซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างด้วยแล้วจะเป็นเดือนละ ๑,๗๕๐ บาท ๑,๘๕๐ บาทและ ๑,๙๗๐ บาท ซึ่งมิได้ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ ๑๐) แต่อย่างใด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3820/2524 สภาพแรงงานการไฟฟ้านครหลวงฯ โจทก์ การไฟฟ้านครหลวง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สภาพแรงงานการไฟฟ้านครหลวงฯ · จำเลย - การไฟฟ้านครหลวง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · ดุสิต วราโห
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 174/2533ฎีกา 3591/2529ฎีกา 5759/2540ฎีกา 480/2525ฎีกา 2314/2525ฎีกา 2513/2544ฎีกา 2004/2527ฎีกา 3802/2527ฎีกา 271/2525ฎีกา 3583/2524ฎีกา 1479/2526ฎีกา 2911/2524ฎีกา 2078/2527ฎีกา 97-98/2529ฎีกา 1491/2526ฎีกา 1980/2540ฎีกา 4309/2541ฎีกา 7061/2540ฎีกา 839/2531ฎีกา 296-297/2525ฎีกา 1989/2535ฎีกา 3840/2524ฎีกา 1110/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา