⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1491/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1491/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การตายของลูกจ้างที่เกิดจากการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ร้อนอบอ้าวและต้องใช้แรงงานอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการตายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้างโดยตรง 2. เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารมีอำนาจแก้ไขคำสั่งของตนเองให้ถูกต้อง หากเห็นว่าคำสั่งนั้นผิดข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล

ย่อคำพิพากษา

ลูกจ้างไม่มีโรคประจำตัวมาก่อน ได้ออกปฏิบัติงานตั้งแต่เวลา 6 นาฬิกา โดยทำการล้างหินอัดหินตามทางรถไฟซึ่งเป็นที่กลางแจ้ง ต้องก้ม ๆ เงย ๆ พอถึงเวลา 10.30 นาฬิกา อากาศร้อนอบอ้าว เกิดอาการหน้ามืดเป็นลมถึงแก่ความตาย ดังนี้ เป็นการตายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้างโดยตรง การที่จำเลยซึ่งเป็นอธิบดีกรมแรงงานสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าทดแทนเพิ่มขึ้นจากจำนวนที่พนักงานเงินทดแทนสั่งโดยที่นายจ้างแต่ฝ่ายเดียวอุทธรณ์คำสั่งของพนักงานเงินทดแทนนั้นเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร มิใช่การดำเนินกระบวนพิจารณา ของศาล จึงนำเอาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคแรก ไปใช้บังคับหรือเทียบเคียงมิได้ ดังนั้น เมื่อจำเลยเห็นว่าสิ่งที่พนักงานเงินทดแทนสั่งไปผิดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ก็ย่อมมีอำนาจที่จะแก้ไขให้ถูกต้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.60 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ขณะที่นายผล ลูกจ้างของโจทก์ กำลังปฏิบัติงานซ่อมบำรุงทางรถไฟ โดยทำการล้างหินอัดหินตามทางรถไฟ ได้เป็นลมหน้ามืดหัวใจวายถึงแก่ความตาย พนักงานเงินทดแทนวินิจฉัยว่านายผลถึงแก่ความตายสืบเนื่องมาจากการทำงานให้แก่โจทก์ผู้เป็นนายจ้างให้โจทก์จ่ายค่าทดแทนแก่ภริยาและบุตรของนายผล เดือนละ ๑,๔๒๙.๑๒ บาท มีกำหนด ๖๐ เดือน จ่ายค่าทำศพแก่ผู้จัดการศพ โจทก์อุทธรณ์ต่อจำเลย จำเลยมีความเห็นว่านายผลลูกจ้างประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้โจทก์ แต่เห็นว่าพนักงานเงินทดแทนกำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนยังไม่ถูกต้อง เพราะมิได้นำค่าครองชีพของนายผลมาเป็นฐานคำนวณด้วย มีคำสั่งแก้คำสั่งของพนักงานเงินทดแทนเป็นว่า ให้โจทก์จ่ายค่าทดแทนแก่ภริยาและบุตรของนายผล เดือนละ ๑,๖๖๙.๑๒ บาท โจทก์ไม่เห็นพ้องด้วย เพราะนายผลถึงแก่ความตายมิใช่เป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่โจทก์ และการที่จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์จ่ายค่าทดแทนเพิ่มจากคำสั่งของพนักงานเงินทดแทน เป็นคำสั่งที่เกินไปจากที่โจทก์อุทธรณ์ จำเลยไม่มีสิทธิและอำนาจที่จะสั่งเช่นนั้นได้ ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งของจำเลย จำเลยให้การว่า การที่นายผลถึงแก่ความตายถือได้ว่าเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่โจทก์ผู้เป็นนายจ้าง การกำหนดค่าทดแทนของพนักงานเงินทดแทนไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมอันเกิดแต่การหลงลืม จำเลยมีอำนาจแก้ไขได้เพราะไม่มีกฎหมายห้าม ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า นายผลได้รับอันตรายถึงแก่ความตายเนื่องจากทำงานให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้าง โจทก์จึงมีหน้าที่จ่ายเงินทดแทน จำเลยมีอำนาจที่จะมีคำสั่งอุทธรณ์เงินทดแทนโดยยืนตามหรือแก้ไขคำสั่งเงินทดแทนได้เมื่อเห็นว่าคำสั่งเงินทดแทนนั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แม้ว่าจะไม่มีผู้ใดอุทธรณ์ในข้อพนักงานเงินทดแทนสั่งผิดพลาด คำสั่งของจำเลยชอบแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า นายผลไม่มีโรคประจำตัวมาก่อนวันที่ถึงแก่ความตายนายผลออกปฏิบัติงานตั้งแต่เวลา ๖ นาฬิกา โดยทำการล้างหินอัดหินตามทางรถไฟซึ่งเป็นที่กลางแจ้ง ต้องก้ม ๆ เงย ๆ พอถึงเวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา อากาศร้อนอบอ้าว นายผลก็เกิดอาการหน้ามืดถึงแก่ความตาย เห็นว่า นายผลทำงานในหน้าที่และเป็นลมถึงตายในขณะที่ทำงานอยู่ เป็นการตายเนื่องจากทำงานให้โจทก์ผู้เป็นนายจ้างโดยตรง ถือได้ว่า "ประสบอันตราย" ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๒ แล้ว การที่จำเลยทำคำสั่งให้โจทก์จ่ายค่าทดแทนเพิ่มขึ้นจากจำนวนที่พนักงานเงินทดแทนสั่งนั้น เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร มิใช่การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล จะนำเอาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ วรรคแรก ไปใช้บังคับหรือเทียงเคียงปรับสำหรับการกระทำของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารมิได้ เพราะการดำเนินการต่างกัน ทั้งไม่มีกฎหมายใดบัญญัติให้จำเลยนำมาตรา ๑๔๒ วรรคแรกไปใช้โดยอนุโลมกฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน มุ่งประสงค์ที่ยังความเป็นธรรมให้เกิดทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง เมื่อความปรากฏว่า สิ่งใดผิดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายจำเลยก็ย่อมมีอำนาจที่จะแก้ไขให้ถูกต้องได้ โจทก์จะถือว่าโจทก์ถูกกระทบกระเทือนสิทธิ และฝ่ายทายาทของนายผลสละสิทธิหาได้ไม่ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๖๐ ให้อำนาจแก่จำเลยที่จะพิจารณาอุทธรณ์และมีคำสั่งไว้อย่างกว้าง ๆ หามีข้อจำกัดอำนาจไว้ประการใดไม่ ดังนั้น สิ่งใดที่ถูกต้องและเป็นธรรมแก่กรณีนี้ จำเลยย่อมมีอำนาจกระทำได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1491/2526 การรถไฟแห่งประเทศไทย โจทก์ กรมแรงงาน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - การรถไฟแห่งประเทศไทย · จำเลย - กรมแรงงาน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จุนท์ จันทรวงศ์ · ขจร หะวานนท์ · วรา ไวยหงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายชลอ บุณยเนตร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566ฎีกา 4269/2528ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา