⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1110/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างและลูกจ้างสามารถตกลงจ้างกันโดยคิดค่าจ้างและค่าล่วงเวลารวมกันไปในตัวได้ หากมิใช่เป็นการตกลงให้ลูกจ้างสละสิทธิในค่าล่วงเวลา

ย่อคำพิพากษา

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำและประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มิได้กำหนดห้ามนายจ้างและลูกจ้างตกลงจ้างกันโดยคิดค่าจ้างและค่าล่วงเวลารวมกันไปในตัว นายจ้างและลูกจ้างจึงย่อมตกลงกันได้และมิใช่เป็นกรณีตกลงทำนองให้ลูกจ้างสละสิทธิในค่าล่วงเวลา จึงไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.34 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.114

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๒๔ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ เพราะโจทก์อบรมและให้การศึกษาเกี่ยวกับความรู้ทางกฎหมายแรงงานแก่เพื่อนคนงานด้วยกัน เป็นเหตุให้จำเลยไม่พอใจไล่โจทก์ออกจากงานอันเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมและจำเลยต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่โจทก์ตั้งแต่วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๒๓ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๒๔ ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาจำนวน ๑๙,๖๒๑ บาทให้แก่โจทก์ และให้จำเลยรับโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่งเดิมและอัตราเงินเดือนเท่าเดิมหากไม่สามารถรับโจทก์เข้าทำงานได้ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศปัจจุบันอยู่ในสภาพไม่ดี โดยเฉพาะธุรกิจเกี่ยวกับผ้าและโรงงานของจำเลยเป็นโรงงานเล็กประสบกับปัญหาดังกล่าว เป็นเหตุให้ขาดทุนจำเป็นต้องลดคนงานจึงให้โจทก์ออกจากงานและจ่ายค่าชดเชยให้จำนวน ๗,๘๐๐ บาท แต่โจทก์ไม่ยอมรับและจำเลยไม่เคยค้างค่าล่วงเวลาของโจทก์ เพราะโจทก์ทำงานไม่เกินวันละ ๘ ชั่วโมง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในค่าล่วงเวลาขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ขณะจำเลยรับโจทก์เข้าทำงาน ได้ตกลงกันว่า ถ้าโจทก์ทำงานวันละ ๑๒ ชั่วโมง จำเลยให้ค่าจ้างเป็นการชดเชยไปในตัว เป็นค่าจ้างเดือนละ ๒,๓๐๐ บาท ถ้าโจทก์ทำงานเพียงวันละ ๘ ชั่วโมงจะให้ค่าจ้างไม่เกินเดือนละ ๑,๕๐๐ บาท และโจทก์ตกลงรับค่าจ้างเดือนละ ๒,๓๐๐ บาท เชื่อว่าจำเลยมิได้ติดค้างค่าล่วงเวลาและการเลิกจ้างของจำเลยเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแต่โจทก์และจำเลยไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไปได้ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย ๗,๘๐๐ บาทสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๒,๖๐๐ บาท ค่าเสียหาย ๗,๘๐๐ บาทรวม ๑๘,๒๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตั้งแต่วันเลิกจ้างเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและเรื่องการคุ้มครองแรงงาน มิได้กำหนดห้ามไม่ให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงจ้างกัน โดยคิดค่าจ้างและค่าล่วงเวลารวมกันไปในตัว นายจ้างและลูกจ้างจึงย่อมตกลงกันได้ และมิใช่เป็นกรณีตกลงทำนองที่ลูกจ้างสละสิทธิในค่าล่วงเวลา จึงไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และย่อมมีผลบังคับระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2525 นายประสูตร เหลียวศิลป์ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดวิเชียรการทอ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสูตร เหลียวศิลป์ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดวิเชียรการทอ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · ดุสิต วราโห
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสนิท นิติธรรมาศ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3245/2534ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 3591/2529ฎีกา 2314/2525ฎีกา 548/2522ฎีกา 4800/2534ฎีกา 271/2525ฎีกา 230/2501ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2657/2534ฎีกา 1479/2526ฎีกา 742/2490ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2843/2532ฎีกา 2911/2524ฎีกา 2328-2329/2520ฎีกา 2078/2527ฎีกา 2242/2531ฎีกา 3053/2527ฎีกา 999/2531ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 279/2513ฎีกา 981/2524ฎีกา 2635/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา