คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของรถยนต์มอบกุญแจรถให้แก่ผู้รับฝากพร้อมเสียค่าจอดรถ ถือเป็นการฝากทรัพย์ แม้ใบเสร็จรับเงินจะระบุว่าเป็นค่าเช่าที่จอดรถก็ตาม ผู้รับฝากมีหน้าที่ต้องคืนทรัพย์สินที่รับฝาก หากคืนไม่ได้ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์นำรถยนต์ไปจอดไว้ที่ปั๊มน้ำมันของจำเลยที่ 2 แล้วมอบกุญแจรถไว้แก่(จำเลยที่ 1)ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 โดยโจทก์เสียค่าจอด เมื่อมีผู้ปลอมลายมือชื่อโจทก์มาขอรับรถยนต์ จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้จัดการก็เป็นผู้พิจารณาว่าจะมอบรถยนต์ให้ไปหรือไม่ พฤติการณ์ที่คู่กรณีปฏิบัติต่อกันดังกล่าวเป็นเรื่องการฝากทรัพย์แม้ใบเสร็จรับเงินที่จำเลยที่ 2 ออกให้จะมีข้อความระบุว่าได้รับเงินค่าเช่าที่จอดรถ ก็หาใช่เช่าสถานที่จอดรถไม่ เมื่อเป็นสัญญาฝากทรัพย์จำเลยที่ 2 ที่ 3 ก็มีหน้าที่ต้องคืนรถให้โจทก์ ถ้าคืนไม่ได้ก็เป็นเรื่องผิดสัญญา คดีไม่มีประเด็นที่จะวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 หรือไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ฝากรถยนต์ของโจทก์ไว้ที่รับฝากรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ซึ่งมีจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างรับกุญแจรถของโจทก์ไว้และจำเลยที่ 3 เป็นผู้จัดการโดยมีบำเหน็จค่าฝากด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3ได้มอบรถยนต์ของโจทก์ให้คนอื่นไปเป็นเหตุให้รถยนต์สูญหายขอให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 70,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว จำเลยที่ 1ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ทำไปในฐานะส่วนตัว จำเลยที่ 1ที่ 2 และที่ 3 มิได้รับฝากรถหากแต่ให้โจทก์เช่าที่จอดรถ จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดชอบรถโจทก์ราคาไม่มากและโจทก์ไม่เสียหายดังฟ้องขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ได้รถยนต์คืนมาภายหลังที่โจทก์ไปแจ้งหายไว้ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่าโจทก์ยังไม่ได้รถคืนแต่ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมายังไม่พอแก่การวินิจฉัย และมีประเด็นอื่นที่ศาลชั้นต้นยังไม่ได้วินิจฉัยพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยประเด็นข้ออื่นทั้งหมดแล้วพิพากษาใหม่
จำเลยทั้งสามฎีกา
ศาลฎีกาพิพากษายืน
ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่แล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ร่วมกันคืนรถยนต์แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย หากคืนไม่ได้ก็ให้ใช้ราคา 50,000 บาทแทนกับค่าขาดประโยชน์ 3,000 บาท และดอกเบี้ยแต่วันฟ้อง
จำเลยที่ 2 ที่ 3 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ไม่ต้องรับผิดค่าขาดประโยชน์ในการใช้รถ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม สำหรับปัญหาว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 รับฝากโดยมีบำเหน็จหรือให้เช่าสถานที่จอดรถนั้น ได้ความว่าโจทก์นำรถยนต์ไปจอดไว้ที่ปั๊มน้ำมันของจำเลยที่ 2 โดยมอบกุญแจรถแก่ลูกจ้างของจำเลยแม้ในใบเสร็จรับเงินที่จำเลยที่ 2 ออกให้จะมีข้อความระบุว่าได้รับเงินค่าเช่าที่จอดรถแต่พฤติการณ์ที่คู่กรณีปฏิบัติต่อกันก็เป็นเรื่องฝากทรัพย์หาใช่เช่าสถานที่จอดรถไม่จะเห็นได้ว่า เมื่อมีผู้ปลอมลายมือชื่อโจทก์มาขอรับรถยนต์ จำเลยที่ 3 ก็เป็นผู้พิจารณาว่าจะมอบรถยนต์ให้ไปหรือไม่ เมื่อเป็นสัญญาฝากทรัพย์ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ก็มีหน้าที่ต้องคืนรถให้โจทก์ ถ้าคืนไม่ได้ก็เป็นเรื่องผิดสัญญา คดีไม่มีประเด็นจะวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 หรือไม่ ดังที่จำเลยฎีกามา
ส่วนที่จำเลยฎีกาเรื่องราคารถว่าโจทก์อยู่ในสภาพเสื่อมโทรมมากหากจะขายในขณะเกิดเหตุก็ขายได้ไม่เกิน 35,000 บาทนั้น เห็นว่า รถโจทก์เพิ่งใช้งานเพียง 6 เดือนเศษก็หายไป ข้อเท็จจริงที่จำเลยยกขึ้นกล่าวอ้างนั้นไม่ปรากฏในสำนวน ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะแก้ไขราคารถ ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2524
นายสุรพล หวังผล โจทก์
นายพวง วงษ์หนู กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุรพล หวังผล · จำเลย - นายพวง วงษ์หนู กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์ · ดุสิต วราโห |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา