คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1107/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่สัญญาตกลงกันโดยชัดแจ้งให้ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้รับขนในกรณีเหตุสุดวิสัย ผู้รับขนย่อมไม่ต้องรับผิดตามที่ตกลงกันไว้
ย่อคำพิพากษา
การชำระหนี้อันเกิดจากสัญญารับขนของนั้น กฎหมายไม่ได้ห้ามมิให้ทำความตกลงล่วงหน้า ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดในการชำระหนี้ของลูกหนี้ เมื่อตัวแทนของโจทก์ลงลายมือชื่อแสดงความตกลงด้วยโดยชัดแจ้งว่า ถ้าเรือไม่สามารถรับขนสินค้าของโจทก์เนื่องด้วยเหตุสุดวิสัยหรือไม่มาถึงท่าเรือกรุงเทพอย่างปลอดภัย ผู้รับขนไม่ต้องรับผิด ดังนั้นการที่เครื่องยนต์เรือเกิดชำรุดเสียหาย ไม่อาจมาถึงท่าเรือในเวลาที่กำหนดอย่างปลอดภัยผู้รับขนจึงไม่ต้องรับผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นตัวแทนของบริษัทพรีเมียร์ชิปปิ้ง จำกัด ทำสัญญารับจ้างขนสินค้าของโจทก์ เมื่อถึงกำหนดก็ไม่นำเรือมาบรรทุกสินค้าของโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์เสียหายไม่สามารถส่งสินค้าให้แก่ผู้ซื้อทันตามกำหนดเวลา จำเลยในฐานะตัวแทนต้องรับผิดแต่ลำพังตนเอง ขอให้ใช้ค่าเสียหาย
จำเลยให้การต่อสู้หลายประการ รวมทั้งข้อที่ว่าสัญญารับขนมีข้อยกเว้นไว้ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การชำระหนี้อันเกิดจากสัญญารับขนของนั้น กฎหมายมิได้ห้ามมิให้ทำความตกลงล่วงหน้ายกเว้นหรือจำกัดความรับผิดในการชำระหนี้ของลูกหนี้แต่ประการใด คงมีข้อจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๗๓ เพียงว่า "ความตกลงทำไว้ล่วงหน้าเป็นข้อความยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้ฉฉล หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงขอนตนนั้นท่านว่าเป็นโมฆะ" และมาตรา ๖๒๕ จำกัดว่า "ใบรับ ใบตราส่ง หรือเอกสารอื่น ๆ ทำนองนั้นก็ดี ซึ่งผู้ขนออกให้ผู้ส่งนั้น ถ้ามีข้อความยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งประการใด ท่านว่าความนั้นเป็นโมฆะ เว้นแต่ผู้ส่งจะได้แสดงความตกลงด้วยชัดแจ้งในการยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเช่นว่านั้น"ด้วยเหตุนี้จึงจะนำมาตรา ๒๑๙ อันเป็นบทบัญญัติถึงกรณีที่คู่สัญญาไม่ได้ทำความตกลงล่วงหน้าไว้ในการชำระหนี้ตามที่โจทก์ฎีกามาปรับแก่คดีนี้ไม่ได้สัญญารับขนซึ่งตัวแทนของโจทก์ได้ลงลายมือชื่อแสดงความตกลงด้วยโดยชัดแจ้งมีข้อความว่า "การสำรองที่ว่าบนเรือ ขึ้นอยู่กับเหตุสุดวิสัยและการที่เรือมาถึงท่าอย่างปลอดภัย" ความข้อนี้มีความหมายว่า หากเรือพรีเมียร์อาร์คติก ไม่สามารถรับขนสินค้าของโจทก์เนื่องด้วยเหตุสุดวิสัยก็ดี ไม่มาถึงท่าเรือกรุงเทพอย่างปลอดภัยก็ดีผู้ขนขนไม่ต้องรับผิด โจทก์ฎีกาว่าผู้รับขนประมาทเลินเล่อนั้น โจทก์ไม่ได้ตั้งประเด็นไว้ในคำฟ้อง จึงมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย สัญญารับขนข้อ ๙ จึงมีผลใช้บังคับได้ เมื่อเรือพรีเมียร์อาร์คติกไม่อาจมาถึงท่าเรือกรุงเทพได้อย่างปลอดภัยตามเวลาที่กำหนดไว้ บริษัทพรีเมียร์ชิปปิ้ง จำกัด จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญารับขนของตามที่โจทก์ฟ้อง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1107/2525
บริษัทรวมข้าวสยาม จำกัด โจทก์
บริษัทแองโกลไทยบริการ จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทรวมข้าวสยาม จำกัด · จำเลย - บริษัทแองโกลไทยบริการ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสมา รัตนมาลัย · สุนทร วรรณแสง · ประมุข สวัสดิ์มงคล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายก้าน อันนานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายศักดิ์ สนองชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา