คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1350/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีที่พิพาทกันในระหว่างคู่ความเดียวกันแล้ว ย่อมผูกพันคู่ความตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยที่สุดของคำพิพากษา แม้ข้อเท็จจริงที่ยกขึ้นอ้างในฟ้องคดีหลังจะแตกต่างจากคดีแรกเพียงเล็กน้อย แต่ประเด็นแห่งคดีที่พิพาทกันนั้นเป็นประเด็นเดียวกันกับที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วในคดีแรก ย่อมถือว่าเป็นฟ้องซ้ำ
ย่อคำพิพากษา
คดีก่อนโจทก์ฟ้องว่า การที่โจทก์ออกจากงานเป็นการเลิกจ้าง มีสิทธิได้รับค่าชดเชย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่ามิใช่เป็นกรณีเลิกจ้างคดีถึงที่สุด แล้วโจทก์มาฟ้องคดีนี้เรียกค่าชดเชยโดยอาศัยเหตุว่า เป็นการเลิกจ้างอีกจึงเป็นฟ้องซ้ำ เพราะแม้ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานจะเป็นกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ของประชาชน ก็มิใช่กรณีที่ยกเว้นให้ฟ้องซ้ำได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "โจทก์อุทธรณ์ว่าคดีก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยว่าผิดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยในเหตุเลิกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์มิใช่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงต้องจ่าายค่าชดเชยแก่โจทก์ พิเคราะห์แล้วได้ความว่า โจทก์กับพวกเคยฟ้องจำเลยต่อศาลแพ่งเรียกค่าชดเชยหลาายสำนวน ปรากฏตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 4876-4891/2522 ของศาลอุทธรณ์ เฉพาะสำนวนของโจทก์ตามคดีหมาายเลขแดงที่ 4876/2522 โจทก์ฟ้องอ้างว่า เนื่องจากมีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานลงวันที่ 16 เมษายน 2515 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2517 ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้าง โจทก์ออกจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยฐานสูงอายุ จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชย นอกจากนั้นได้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม2518 ข้อ 2 ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างที่ออกจากงานฐานสูงอายุอีกด้วย จึงขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 29,076 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีดังกล่าวว่า โจทก์ออกจากงานเพราะครบเกษียณอายุหรือมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ เป็นการออกจากงานเพราะพ้นจากตำแหน่งไม่ใช่กรณีเลิกจ้าง ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่อ้างในคำฟ้องเป็นการตกลงให้ค่าชดเชยเกี่ยวกับการเลิกจ้าง เมื่อกรณีของโจทก์ไม่ใช่การเลิกจ้างจึงไม่มีฐานอันเป็นที่ตั้งแห่งสิทธิ ข้อตกลงดังกล่าวไม่มีผลผูกพันคู่กรณี โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแพ่งที่ให้ยกฟ้องโจทก์ คดีถึงที่สุด ดังนี้เห็นว่าคดีก่อนโจทก์ฟ้องอ้างว่า การที่โจทก์ออกจากงานเป็นการเลิกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานด้วยแล้ว หาใช่เพียงแต่อ้างว่าจำเลยผิดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเท่านั้นไม่ เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการที่โจทก์ออกจากงานมิใช่เป็นกรณีเลิกจ้าง โจทก์มาฟ้องคดีนี้โดยอาศัยเหตุว่าเป็นการเลิกจ้างจึงเป็นฟ้องซ้ำ การที่ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน อันเป็นมูลแห่งสิทธิที่โจทก์อ้างเป็นกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน มิใช่กรณีที่กฎหมายบัญญัติยกเว้นไว้ให้ฟ้องซ้ำได้"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1350/2525
นายโหน จันทร์ประเสริฐ โจทก์
การรถไฟแห่งประเทศไทย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายโหน จันทร์ประเสริฐ · จำเลย - การรถไฟแห่งประเทศไทย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ขจร หะวานนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา