คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1437/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยรับฝากทรัพย์สินของผู้เสียหายไว้แล้วเบียดบังเอาทรัพย์สินนั้นไปเป็นของตนเองโดยทุจริต ถือเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
บันทึกหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจาของโจทก์มีใจความว่าเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2524 เวลากลางวัน ผู้เสียหายได้นำรถจักรยานสองล้อ 1 คัน ของผู้เสียหายฝากจำเลยไว้และจำเลยครอบครองรถของผู้เสียหายตลอดมา ตามวันเวลาดังกล่าวหลังจากจำเลยรับฝากและครอบครองรถไว้แล้วจำเลยได้เบียดบังเอารถของผู้เสียหายมาเป็นของจำเลยโดยทุจริตดังนี้ ครบถ้วนตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 19 และครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา352 แล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ บันทึกหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจาของโจทก์มีใจความว่า เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2524 เวลากลางวัน ผู้เสียหาายได้นำรถจักรยานยนต์สองล้อ 1 คัน ราคา 2,300 บาท ของผู้เสียหาย ฝากจำเลยไว้และจำเลยครอบครองรถจักรยานสองล้อของผู้เสียหายตลอดมา ตามวันเวลาดังกล่าวหลังจากจำเลยรับฝากและครอบครองรถจักรยานสองล้อของผู้เสียหายไว้แล้ว จำเลยได้เบียดบังเอารถจักรยานสองล้อของผู้เสียหายมาเป็นของจำเลยโดยทุจริต เหตุเกิดที่ตำบลป่ามะลาย อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฟ้องโจทก์ก็ได้กล่าวถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิด ข้อเท็จจริง และรายละเอียดเกี่ยวกับเวลา สถานที่ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญา ในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 19 วรรคสอง และครบองค์ประกอบความผิดฐานยักยอก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 แล้ว ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 2657/2523 ระหว่าง พนักงานอัยการศาลแขวงพระนครใต้ โจทก์นายบุญน้อย อุ่นบางหลวง จำเลย เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพจึงต้องมีความผิดฐานยักยอกตามโจทก์ฟ้อง ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น
พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 3352 จำเลยอายุยังไม่เกิน 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 แล้ว ให้จำคุก 9 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา อันเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ทั้งจำเลยอายุน้อย ทรัพย์ของผู้เสียหายที่จำเลยยักยอกราคาไม่มากนักและผู้เสียหายได้รับทรัพย์คืนแล้ว เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัว จึงให้รอการลงโทษจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56"
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1437/2525
อัยการพิจิตร โจทก์
นายวัตร ทรัพย์กลิ่น จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการพิจิตร · จำเลย - นายวัตร ทรัพย์กลิ่น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อาจ ปัญญาดิลก · สุไพศาล วิบุลศิลป์ · ไพศาล สว่างเนตร |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา