⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1476/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1476/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้จำเลยจะรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยเสมอไปมิได้ หากศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิด ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษายกฟ้องได้

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 ที่แก้ไขใหม่ที่ว่า เมื่อจำเลยรับสารภาพตามฟ้อง ให้ศาลพิพากษาได้นั้น มิได้หมายความว่า เมื่อจำเลยรับสารภาพแล้วจะต้องพิพากษาลงโทษจำเลยเสมอไป เมื่อศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดศาลย่อมพิพากษายกฟ้องได้ โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพรากผู้เสียหายอายุ ๑๔ ปีไปเสียจากบิดามารดาและผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร โดยผู้เสียหายไม่เต็มใจไปด้วยขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๘ จำเลยให้การรับสารภาพ มารดาผู้เสียหายและผู้เสียหายแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า ผู้เสียหายขอไปกรุงเทพฯ กับบุตรสาวจำเลยเอง โดยบุตรสาวจำเลยและจำเลยไม่ได้ชวนไปที่ไปด้วยก็เพื่อไปหางานทำไปถึงกรุงเทพ จำเลยก็หางานให้ผู้เสียหายทำจำเลยเป็นพี่ชายมารดาผู้เสียหาย ที่ไปแจ้งความคดีนี้ เพราะทะเลาะกันกลัวว่าจำเลยจะทำร้าย ขณะนี้ไม่ติดใจให้จำเลยต้องรับโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๑๘ ให้จำคุกหนึ่งปี ปรับ ๒,๐๐๐ บาท จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๖ เดือน และปรับ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอไว้ ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ โทษปรับจำเลยต้องขังพอแก่โทษแล้วให้ปล่อยตัวไป โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยหนักขึ้นและไม่รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า ตามคำแถลงของมารดาผู้เสียหายและตัวผู้เสียหายนั้น โจทก์มิได้คัดค้านและขอสืบพยานอย่างใด ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่ผู้เสียหายแถลงว่า ผู้เสียหายไม่ได้ถูกจำเลยพรากไปดังฟ้องจำเลยไม่ได้กระทำผิด ลงโทษจำเลยไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๘๕ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๗๖ ที่แก้ไขใหม่ที่ว่า เมื่อจำเลยรับสารภาพตามฟ้อง ให้ศาลพิพากษาได้นั้น มิได้หมายความว่า เมื่อจำเลยรับสารภาพแล้วจะต้องพิพากษาลงโทษจำเลยเสมอไป เมื่อศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิด ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องได้โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕คดีนี้ได้ความชัดจากมารดาผู้เสียหายและผู้เสียหายว่าผู้เสียหายขอไปกรุงเทพกับบุตรสาวจำเลยโดยบุตรสาวจำเลยมิได้ชวนไป ที่ไปด้วยก็เพื่อไปหางานทำโจทก์มิได้คัดค้านและขอสืบพยานอย่างใด ข้อเท็จจริงจึงปรากฏแก่ศาลฟังได้ว่าผู้เสียหายได้ตามบุตรสาวจำเลยไปกรุงเทพ โดยได้รับอนุญาตแล้ว เมื่อถึงกรุงเทพจำเลยรับตัวผู้เสียหายไปเป็นลูกจ้างร้านขายก๋วยเตี๋ยว การกระทำของจำเลยไม่เป็นการพรากผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๘ ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๒ แม้จำเลยรับสารภาพก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1476/2525 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลก โจทก์ นายหมวก กันทะวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลก · จำเลย - นายหมวก กันทะวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร วรรณแสง · ประมุข สวัสดิ์มงคล · เสมา รัตนมาลัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายดุสิต สิทธิฤทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ กลับดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2551ฎีกา 2018/2526ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 880/2502ฎีกา 481/2526ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1305/2547ฎีกา 597/2485ฎีกา 1798/2550ฎีกา 9/2496ฎีกา 913/2538ฎีกา 164/2553ฎีกา 26/2487ฎีกา 345/2492ฎีกา 3026/2517ฎีกา 1140/2507ฎีกา 5557/2555ฎีกา 2963/2535ฎีกา 2891/2540ฎีกา 726/2487ฎีกา 2813/2566ฎีกา 848/2545ฎีกา 868/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา