คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1657-1658/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การต่อสู้คดีว่ามีสิทธิอยู่ในที่พิพาทเพราะโจทก์ทำสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทดังกล่าวกับจำเลย ถือเป็นการโต้เถียงว่าตนมีสิทธิครอบครองที่ดินได้อย่างไร มิใช่การกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าจำเลยมีสิทธิอยู่ในที่พิพาทเพราะโจทก์ทำสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทดังกล่าวกับจำเลยดังนี้ จำเลยเพียงแต่โต้เถียงว่าจำเลยมีสิทธิอยู่ในที่ดินได้อย่างไร มิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินของโจทก์ปลูกบ้านอยู่อาศัย ต่อมาจำเลยไม่ชำระค่าเช่า โจทก์จึงบอกเลิกการเช่า จำเลยขอซื้อที่ดินที่เช่า และได้ทำสัญญาจะซื้อขายกันแต่ครั้นถึงกำหนดจำเลยไม่ไปทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์และชำระค่าที่ดิน โจทก์จึงบอกกล่าวให้จำเลยออกไปจากที่ดินโจทก์ จำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้ศาลพิพากษาบังคับและให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย
จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดนัดไม่ไปทำการโอนที่พิพาทให้จำเลยตามสัญญาจะซื้อขาย ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์ทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยอุทธรณ์ได้แต่เฉพาะข้อกฎหมาย และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทจึงจะอยู่อาศัยในที่พิพาทต่อไปไม่ได้ พิพากษายืน
จำเลยฎีกาขอให้พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาข้อเท็จจริงตามอุทธรณ์ของจำเลยแล้วพิพากษาใหม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้คดีนี้จะเป็นคดีเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ แต่ก็เป็นคดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากอสังหาริมทรัพย์ คือที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ ๒๕๖ ของโจทก์ ซึ่งในขณะยื่นคำฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละสองพันบาท จำเลยทั้งสองเพียงแต่โต้เถียงว่าจำเลยทั้งสองมีสิทธิอยู่ในที่ดินได้อย่างไร จำเลยทั้งสองมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดที่ ๒๕๖ หรือยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาเช่า นั้นแต่อย่างใดเลย คดีจึงต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ วรรคสอง ซึ่งได้แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1657 - 1658/2525
นางสาวประยูร พึ่งวิชัย โจทก์
นางคิ้ม แซ่ตัน กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวประยูร พึ่งวิชัย · จำเลย - นางคิ้ม แซ่ตัน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พูน จักรเสน · สมชัย ทรัพยวณิช · สหัส สิงหวิริยะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายชวลิต ศรีสง่า · ศาลอุทธรณ์ - นายดำริ ศุภพิโรจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา