⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 1657-1658/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1657-1658/2525

ป.วิ.แพ่ง ม.224

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การต่อสู้คดีว่ามีสิทธิอยู่ในที่พิพาทเพราะโจทก์ทำสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทดังกล่าวกับจำเลย ถือเป็นการโต้เถียงว่าตนมีสิทธิครอบครองที่ดินได้อย่างไร มิใช่การกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าจำเลยมีสิทธิอยู่ในที่พิพาทเพราะโจทก์ทำสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทดังกล่าวกับจำเลยดังนี้ จำเลยเพียงแต่โต้เถียงว่าจำเลยมีสิทธิอยู่ในที่ดินได้อย่างไร มิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินของโจทก์ปลูกบ้านอยู่อาศัย ต่อมาจำเลยไม่ชำระค่าเช่า โจทก์จึงบอกเลิกการเช่า จำเลยขอซื้อที่ดินที่เช่า และได้ทำสัญญาจะซื้อขายกันแต่ครั้นถึงกำหนดจำเลยไม่ไปทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์และชำระค่าที่ดิน โจทก์จึงบอกกล่าวให้จำเลยออกไปจากที่ดินโจทก์ จำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้ศาลพิพากษาบังคับและให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดนัดไม่ไปทำการโอนที่พิพาทให้จำเลยตามสัญญาจะซื้อขาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยอุทธรณ์ได้แต่เฉพาะข้อกฎหมาย และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทจึงจะอยู่อาศัยในที่พิพาทต่อไปไม่ได้ พิพากษายืน จำเลยฎีกาขอให้พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาข้อเท็จจริงตามอุทธรณ์ของจำเลยแล้วพิพากษาใหม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้คดีนี้จะเป็นคดีเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ แต่ก็เป็นคดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากอสังหาริมทรัพย์ คือที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ ๒๕๖ ของโจทก์ ซึ่งในขณะยื่นคำฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละสองพันบาท จำเลยทั้งสองเพียงแต่โต้เถียงว่าจำเลยทั้งสองมีสิทธิอยู่ในที่ดินได้อย่างไร จำเลยทั้งสองมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดที่ ๒๕๖ หรือยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาเช่า นั้นแต่อย่างใดเลย คดีจึงต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ วรรคสอง ซึ่งได้แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1657 - 1658/2525 นางสาวประยูร พึ่งวิชัย โจทก์ นางคิ้ม แซ่ตัน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวประยูร พึ่งวิชัย · จำเลย - นางคิ้ม แซ่ตัน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พูน จักรเสน · สมชัย ทรัพยวณิช · สหัส สิงหวิริยะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายชวลิต ศรีสง่า · ศาลอุทธรณ์ - นายดำริ ศุภพิโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2505/2524ฎีกา 4410/2528ฎีกา 3226/2558ฎีกา 2563/2543ฎีกา 8903/2553ฎีกา 1679/2540ฎีกา 2764/2562ฎีกา 1168/2520ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2834/2527ฎีกา 6072/2538ฎีกา 5610/2558ฎีกา 932/2523ฎีกา 5894/2541ฎีกา 6057/2541ฎีกา 1459/2539ฎีกา 1521/2549ฎีกา 57/2530ฎีกา 1913/2534ฎีกา 1002/2509ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 7549/2538ฎีกา 1948/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา