⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1474/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1474/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คดีมโนสาเร่ คู่ความอุทธรณ์ได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้น ห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง.

ย่อคำพิพากษา

คดีมโนสาเร่ที่ศาลชั้นตันฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้เช่าเรือนพิพาทอยู่อาศัยมาจากเจ้าของเดิมตั้งแต่ก่อนที่จะตกมาเป็นของโจทก์ และฟังว่าฝ่ายโจทก์ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะแสดงว่าจำเลยได้อาศัยอยู่ในเรือนพิพาท จำเลยจึงต้องเป็นฝ่ายที่ชนะคดีตามที่ท้ากันไว้นั้น แต่ศาลอุทธรณ์ กลับฟังว่าจำเลยไม่ได้เช่าจากเจ้าของเดิมคนสุดท้ายที่โอนให้แก่โจทก์ จึงพิพากษากลับให้ขับไล่จำเลยและบริวารเสียนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนจากคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นเช่นนี้ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ก็ไม่ชอบด้วยกฏหมาย เพราะคดีมโนสาเร่คู่ความจะอุทธรณ์ได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฏหมายเท่านั้น.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.189 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.238 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เรื่อง ขับไล่ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากเรือนของโจทก์ โดยอ้างว่าจำเลยอาศัย จำเลยต่อสู้ว่า เช่าจากเจ้าของเดินก่อนตกมาเป็นของโจทก์ ค่าเช่าเดือนละ ๑๐ บาท โจทก์จำเลยตกลงกันในประเด็นข้อเดียวว่า ถ้าจำเลยนำสืบได้ว่าได้เช่าเรือนพิพาทอยู่อาศัยมาตั้งแต่ครั้นเจ้าของเดิม จำเลยเป็นฝ่ายชนะ ถ้านำสืบไม่ได้ว่าจำเลยได้เช่ามาจากเจ้าของเดิม จำเลยเป็นฝ่ายแพ้ จำเลยรับนำสืบก่อน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมเรือนพิพาทเป็นของนายเป็กจ่วนแล้วโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของนายประชา แล้วมาเป็นของนางส่วนอิ่ม ส.ต.อ.กำเนิดตามลำดับ ในที่สุดตกมาเป็นของโจทก์ จำเลยได้เช่าเรือนพิพาทจากนายประชาตั้งแต่ครั้นนายประชาเป็นเจ้าของ เมื่อนางส่วนอิ่มเป็นเจ้าของก็ยังคงให้จำเลยเช่าอยู่ จำเลยนำสืบได้สมจริงว่าจำเลยได้เช่าเรือนพิพาทอยู่อาศัยมาจากเจ้าของเดิมตั้งแต่ก่อนตกมาเป็นของโจทก์ ฝ่ายโจทก์ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะแสดงว่าจำเลยได้อาศัยอยู่ในเรือนพิพาท จำเลยจึงต้องเป็นฝ่ายชนะตามที่ท้ากันไว้ จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ซึ่งศาลชั้นต้นสั่งรับในข้อกฏหมายว่าเจ้าของเดิมที่ให้จำเลยเช่าหรืออาศัยเรือนพิพาทว่าจะหมายถึงเจ้าของเดิมคนใด ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลขึ้นต้นได้วินิจฉัยมาแล้วว่า จำเลยได้เช่าเรือนพิพาทติดต่อกันมา ๓ เจ้าของ คือนายประชา, นางส่วนอิ่ม และนายเสวียง ส่วนเมื่อนายเสวียงโอนให้ ส.ต.อ.กำเนิด ๆ เป็นเจ้าของเดิมคนสุดท้ายที่โอนให้โจทก์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเจ้าของเดิมที่โจทก์กล่าวอ้างนั้นหมายถึง ส.ต.อ.กำเนิด จำเลยจึงต้องแพ้คดีตามคำท้า พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากเรือนพิพาทของโจทก์ จำเลยฏีกาซึ่งศาลชั้นต้นรับในข้อกฎหมายเช่นเดียวกัยในชั้นอุทธรณ์ ศาลฏีกาเห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยอาศัย ส.ต.อ.กำเนิดนั้นไม่ตรงกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น คดีนี้เป็นคดีมโนสาเร่ คู่ความจะอุทธรณ์ได้เฉพาะปัญหาข้อกฏหมายเท่านั้น เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนจากคำวินิจฉัยของศาลขึ้นต้น เช่นนี้คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์จึงไม่ชอบด้วยกฏหมาย พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาและพิพากษาใหม่. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1474/2500 นายทวี ละอองกุล โจทก์ นายอับดุลมาปิด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทวี ละอองกุล · จำเลย - นายอับดุลมาปิด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยการณ์โกวิท · นนทปัญญา · นนทประชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายแล โกมาร · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - นายยุ้ย อาจมียะนั
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 8903/2553ฎีกา 1679/2540ฎีกา 1168/2520ฎีกา 3007/2525ฎีกา 4637/2567ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1022/2551ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 2520/2544ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 1660/2518ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 8444/2538ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา