⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1740/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1740/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างระหว่างถูกพักงาน ไม่ถือเป็นเงินที่จ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานตามความหมายของระเบียบว่าด้วยการช่วยเหลือลูกจ้างเกี่ยวแก่การศึกษาของบุตร ลูกจ้างที่ถูกพักงานจึงไม่มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือตามระเบียบดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

ระเบียบว่าด้วยการช่วยเหลือลูกจ้างเกี่ยวแก่การศึกษาของบุตรกำหนดว่า ลูกจ้างที่มีสิทธิจะได้รับการช่วยเหลือดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ที่มีรายได้อันได้แก่เงินที่นายจ้างจ่ายให้เพื่อตอบแทนการทำงานลูกจ้างที่ถูกพักงานแม้จะมีระเบียบให้จ่ายเงินแก่ลูกจ้าง เงินนี้ก็มิใช่เงินที่จ่ายเพื่อตอบแทนการทำงาน นอกจากนี้ระเบียบดังกล่าวยังกำหนดให้ลูกจ้างผู้มีสิทธิเบิกค่าเล่าเรียนบุตรภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้ชำระเงินให้โรงเรียน และมิได้ระบุถึงสิทธิของลูกจ้างที่ถูกพักงานดังนั้นระเบียบนี้จึงให้สิทธิเฉพาะลูกจ้างที่ทำงานตามปกติเท่านั้น ลูกจ้างที่ถูกพักงานไม่มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือเงินค่าเล่าเรียนบุตร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.2 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยได้สั่งพักงานโจทก์ในระหว่างต้องหาคดีอาญา เมื่อศาลยกฟ้อง จำเลยจึงรับโจทก์กลับเข้าทำงานแต่ไม่ยอมจ่ายเงินค่าเล่าเรียนบุตรของโจทก์ในระหว่างที่โจทก์ถูกพักงาน ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินดังกล่าวจำนวน ๓๒,๖๔๕ บาทแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์มิได้ยื่นคำร้องขอเบิกค่าเล่าเรียนบุตรภายในเวลาที่ระเบียบว่าด้วยการช่วยเหลือพนักงานผู้มีรายได้น้อยเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรในโรงเรียน พ.ศ. ๒๕๒๓ กำหนดไว้ และโจทก์เป็นผู้ที่ไม่มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือเพราะโจทก์ไม่มีรายได้เป็นเงินเดือนที่จำเลยจ่ายให้เพื่อตอบแทนการทำงาน ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินค่าเล่าเรียนบุตรแก่โจทก์เป็นเงิน ๓๒,๖๔๕ บาท จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามระเบียบว่าด้วยการช่วยเหลือพนักงานผู้มีรายได้น้อยเกี่ยวแก่การศึกษาของบุตรในโรงเรียน พ.ศ. ๒๕๑๘ ข้อ ๔ และ ข้อ ๕ พนักงานที่มีสิทธิจะได้รับการช่วยเหลือเงินบำรุงการศึกษาและหรือค่าเล่าเรียนต้องเป็นพนักงานที่มีรายได้ ข้อ ๓ คำว่ารายได้ หมายความว่า เงินเดือนที่ได้รับจากองค์การเป็นรายเดือน รายวัน หรือรายชั่วโมงเป็นประจำเพื่อเป็นการตอบแทนการทำงาน และตามระเบียบว่าด้วยการจ่ายค่าจ้างระหว่างถูกสั่งพักงาน พ.ศ. ๒๕๑๘ ข้อ ๓ พนักงานผู้ใดถูกสั่งพักงานให้งดจ่ายค่าจ้างตั้งแต่วันที่ให้พักงานเป็นต้นไป คำว่า ค่าจ้างหมายความว่าเงินเดือนหรือค่าแรงซึ่งเป็นการตอบแทนการทำงานเช่นเดียวกัน ฉะนั้นพนักงานที่ถูกพักงานไม่ได้รับค่าจ้างหรือรายได้ซึ่งเป็นการตอบแทนการทำงาน จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินบำรุงการศึกษา และหรือเงินค่าเล่าเรียนตามระเบียบของจำเลยดังกล่าว แม้ว่าตามระเบียบว่าด้วยการจ่ายค่าจ้างระหว่างถูกสั่งพักงาน พ.ศ. ๒๕๑๘ ข้อ ๔ ถ้าปรากฏว่าพนักงานผู้ถูกสั่งพักงานมิได้กระทำผิดและไม่มีมลทินหรือมัวหมอง ให้จ่ายค่าจ้างระหว่างพักงานให้เต็มข้อ ๕ และข้อ ๖ ให้จ่ายค่าจ้างให้ตามส่วนของความผิด คำว่าค่าจ้างตามข้อ ๔, ๕, ๖ ดังกล่าวหาได้หมายความว่าเป็นเงินเดือนหรือค่าแรงที่พนักงานได้รับเป็นการตอบแทนการทำงาน ตามความหมายของคำว่าค่าจ้างตามระเบียบนี้แต่อย่างใดไม่ ในระหว่างที่ลูกจ้างถูกพักงานโดยชอบ ลูกจ้างหรือพนักงานไม่ได้ทำงาน ย่อมไม่ได้ค่าจ้างนายจ้างย่อมมีสิทธิที่จะไม่จ่ายค่าจ้าง แต่ที่โจทก์มีสิทธิได้รับเงินที่นายจ้างจ่ายให้ระหว่างพักงานนั้น เป็นเพราะนายจ้างหรือจำเลยได้มีระเบียบไว้เช่นนั้น ส่วนระเบียบว่าด้วยการช่วยเหลือพนักงานผู้มีรายได้น้อยเกี่ยวแก่การศึกษาของบุตรในโรงเรียน พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นระเบียบที่ใช้บังคับสำหรับพนักงานที่ทำงานอยู่ตามปกติ จะเห็นได้จากข้อ ๖ พนักงานผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือให้เสนอรายงานขอรับการช่วยเหลือต่อผู้บังคับบัญชาชั้นต้นให้เป็นการเสร็จสิ้นภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่ได้ชำระเงินให้โรงเรียนไปแล้วหากพ้นกำหนดให้ถือว่าผู้ที่ยังมิได้รายงานขอเบิกสละสิทธิ ตามระเบียบนี้มิได้ระบุให้พนักงานหรือลูกจ้างที่ถูกพักงานหรือเมื่อกลับเข้าทำงานและได้รับเงินเดือนเพราะมิได้กระทำความผิด และไม่มีมลทินหรือมัวหมองให้ได้รับการช่วยเหลือเงินบำรุงการศึกษาหรือและเงินค่าเล่าเรียน พนักงานหรือลูกจ้างรวมทั้งโจทก์ซึ่งถูกพักงานจึงไม่มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือเงินบำรุงการศึกษาและเงินค่าเล่าเรียนตามระเบียบของจำเลยดังกล่าวแล้วแต่ประการใด คำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางข้อนี้ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา และคำวินิจฉัยข้อนี้เป็นผลดีแก่จำเลยอยู่แล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยข้ออื่น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1740/2525 นายอุดม ทัศนาทร โจทก์ องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอุดม ทัศนาทร · จำเลย - องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย · ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายเกษมสันต์ วิลาวรรณ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 174/2533ฎีกา 3591/2529ฎีกา 5759/2540ฎีกา 7773-7776/2553ฎีกา 480/2525ฎีกา 9395-9492/2550ฎีกา 2314/2525ฎีกา 2790/2525ฎีกา 4777/2549ฎีกา 2513/2544ฎีกา 2004/2527ฎีกา 3802/2527ฎีกา 378/2531ฎีกา 2093/2532ฎีกา 271/2525ฎีกา 5790-5822/2543ฎีกา 3583/2524ฎีกา 5200/2543ฎีกา 1479/2526ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 4369/2530ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 2911/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา