คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1745/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานของรัฐที่ได้รับมอบหมายให้มีอาวุธปืนของทางราชการไว้ในครอบครองเพื่อใช้ในราชการ ย่อมไม่มีความผิดฐานมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นสมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน สังกัดกองร้อย อส.อำเภออรัญประเทศ ปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์รับผู้อพยพลี้ภัยชาวเขมร นายอำเภอได้จ่ายอาวุธปืนคาร์ไปน์ของกลางให้ประจำตัวจำเลย ปืนของกลางจึงเป็นอาวุธปืนของทางราชการที่จ่ายให้เป็นอาวุธปืนประจำตัวของจำเลยใช้ในราชการอาสาสมัครรักษาดินแดน จำเลยไม่มีความผิดฐานมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตไว้ในครอบครองตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ
ปัญหาตามวรรคแรกแม้จะไม่มีประเด็นมาสู่ศาลฎีกาโดยตรง แต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนคาร์ไบน์ จำนวน ๑ กระบอก พร้อมกระสุนปืน โดยมิได้รับอนุญาต และใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงนายสินโดยเจตนาฆ่า แต่กระสุนพลาดไปโดยนายเสงี่ยมได้รับบาดเจ็บ นายสินและนายเสงี่ยมไม่ตายสมดังเจตนาฆ่าของจำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๙๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๕๕, ๗๘ ฯลฯ
จำเลยให้การว่า อาวุธปืนและกระสุนปืนตามฟ้องเป็นอาวุธที่ผู้บังคับบัญชามอบให้ไว้เพื่อปฏิบัติหน้าที่เพราะจำเลยเป็น อ.ส. จำเลยทำปืนลั่นถูกนายเสงี่ยมโดยประมาท ไม่มีเจตนาฆ่า
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗๘ และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๖๐ ให้ลงโทษจำคุก ของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๐ ให้ลงโทษจำคุก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาว่าจำเลยกระทำผิดโดยมีเจตนาฆ่านายสิน
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทำปืนลั่นโดยประมาท แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า จำเลยเป็นสมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดนสังกัดกองร้อย อส. อำเภออรัญประเทศ ได้ปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์รับผู้อพยพลี้ภัยชาวเขมรอำเภออรัญประเทศ ตามหนังสืออนุมัติสั่งใช้ของอำเภอที่ ปจ.๕๗/๑๔๘๑ นายอำเภออรัญประเทศได้จ่ายอาวุธปืนประจำตัวให้คืออาวุธปืนของกลางในคดีนี้ ปืนของกลางจึงเป็นอาวุธปืนของทางราชการได้จ่ายให้เป็นอาวุธปืนประจำตัวของจำเลยใช้ในราชการอาสาสมัครรักษาดินแดน จำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ดังโจทก์ฟ้อง ในปัญหาดังกล่าวแม้จะไม่มีประเด็นมาสู่ศาลฎีกาโดยตรง แต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้
พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ของกลางคืนส่วนราชการผู้เป็นเจ้าของ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1745/2525
พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรี โจทก์
นายสุด ขันทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรี · จำเลย - นายสุด ขันทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พูน จักรเสน · สมชัย ทรัพยวณิช · สมบูรณ์ บุญภินนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี - นายสุรศักดิ์ สุวรรณประกร · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา