⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1967/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1967/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้วย่อมผูกพันคู่ความตามกฎหมาย และคู่ความจะยกข้อที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันขึ้นต่อสู้หรืออ้างป้องสู้ในคดีพิพาทอย่างเดียวกันอีกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ในคดีก่อนจำเลยฟ้องโจทก์ห้ามไม่ให้เกี่ยวข้องกับที่พิพาท ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง โดยฟังว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทแทนผู้มีชื่อ หลังจากผู้มีชื่อยกที่พิพาทให้โจทก์ครอบครองแล้วจำเลยก็มิได้เกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกเลย ฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้สิทธิครอบครองในที่พิพาทคำพิพากษาดังกล่าวย่อมผูกพันคู่ความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 จำเลยจะมาโต้เถียงในคดีนี้ว่าจำเลยได้สิทธิครอบครองที่พิพาท โดยครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของอีกไม่ได้ และจะยกระยะเวลา 1 ปีขึ้นต่อสู้โจทก์ก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ นายอิ๊ด นางบัว ได้จดทะเบียนยกที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๓๘๘ กับที่ดินนอกโฉนดอีก ๓ งาน ๓ ตารางวาให้โจทก์ซึ่งทั้งผู้ให้และผู้รับต่างเข้าใจกันว่าที่ดิน ๓ งาน ๓ ตารางวาเป็นที่ดินอยู่ในโฉนด และผู้ให้ได้สละการครอบครองที่ดินทั้งในโฉนดและนอกโฉนดให้โจทก์ โจทก์ได้ครอบครองโดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมากว่า ๒๐ ปีแล้ว ต่อมา พ.ศ. ๒๕๑๗ ศาลฎีกาพิพากษาว่าที่ดินนอกโฉนดเนื้อที่ ๓ งาน ๓ ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๘/๒๕๑๖ ของศาลชั้นต้นต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๒๒ จำเลยบุกรุกเข้าปลูกพืชผลในที่ดินนอกโฉนดดังกล่าว ขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวาร จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นผู้หักร้างถางพงที่พิพาททั้งในและนอกโฉนดก่อนปี พ.ศ. ๒๕๐๐ และได้ครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของด้วยความสงบเปิดเผยตลอดมาเป็นเวลา ๒๐ ปีแล้ว นายอิ๊ดยกที่ดินตามฟ้องให้โจทก์เพื่อให้โจทก์รักษาไว้แทนนายอร่ามบุตรนายอิ๊ดเท่านั้น คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๘/๒๕๑๖ ที่พิพากษาว่าที่ดินนอกโฉนดเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์นั้นเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ใช้บังคับจำเลยไม่ได้ทั้งเป็นที่ดินมือเปล่า โจทก์ละเลยไม่ทำประโยชน์เกิน ๑ ปีถือว่าสละสิทธิ ขอให้ยกฟ้อง วันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นสอบข้อเท็จจริงโจทก์จำเลยรับกันว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าอยู่นอกเขตโฉนด ที่ดินโฉนดที่ ๓๓๘๘ และเคยฟ้องร้องกันที่ศาลชั้นต้นศาลพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้วตามคดีหมายเลขแดงที่ ๔๘/๒๕๑๖ ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้สั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่พิพาท ห้ามเกี่ยวข้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในคดีก่อนจำเลยเคยฟ้องโจทก์ห้ามมิให้เกี่ยวข้องกับที่ดินนอกโฉนดที่พิพาท ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องโดยฟังว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทแทนนายอิ๊ด เมื่อนายอิ๊ดยกที่พิพาทมอบให้โจทก์ครอบครองแล้ว จำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องอีกเลย ฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้สิทธิครอบครองที่พิพาท คำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวย่อมผูกพันคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ จำเลยจะมาโต้เถียงในคดีนี้ว่าจำเลยได้สิทธิครอบครองที่ดินนอกโฉนดที่พิพาท โดยครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของอีกไม่ได้ และจะยกระยะเวลา ๑ ปีขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ได้เช่นเดียวกัน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1967/2525 นางไข่ ศรีลาพันธ์ โจทก์ นางเฉลียว จันทร์หิรัญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางไข่ ศรีลาพันธ์ · จำเลย - นางเฉลียว จันทร์หิรัญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพบูลย์ ไวกาสี · ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายพิทักษ์ คงจันทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปชา วรธรรมพินิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1788/2505ฎีกา 1722/2515ฎีกา 2611/2517ฎีกา 1777/2499ฎีกา 3405/2537ฎีกา 2617/2524ฎีกา 7223/2540ฎีกา 4134/2535ฎีกา 181/2495ฎีกา 360/2502ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 7420/2541ฎีกา 79/2501ฎีกา 2161/2538ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 5444/2551ฎีกา 7210/2540ฎีกา 1251/2500ฎีกา 3195/2540ฎีกา 5283/2540ฎีกา 4549/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา