⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2041/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2041/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องขอให้ศาลกำหนดวิธีการแบ่งทรัพย์สินระหว่างเจ้าของรวมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 วรรคสอง ไม่ใช่การบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตามมาตรา 288 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยขอแบ่งทรัพย์มรดก ระหว่างพิจารณาโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยยอมแบ่งทรัพย์มรดกให้โจทก์ ต่อมาการแบ่งทรัพย์บางรายการไม่อาจตกลงกันได้ โจทก์จึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์นั้นออกขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินแบ่งกันตามส่วน การยึดทรัพย์ในกรณีนี้มิใช่เป็นการร้องขอให้บังคับคดีตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หากแต่เป็นการร้องขอให้ศาลกำหนดวิธีการแบ่งทรัพย์สินกันระหว่างโจทก์จำเลยผู้เป็นเจ้าของรวมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 วรรคสองฉะนั้นผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1364

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดกออกเป็น ๙ ส่วน ให้โจทก์ทั้งสองได้รับคนละหนึ่งส่วน นอกนั้นเป็นของจำเลย ต่อมาการแบ่งทรัพย์มรดกตามบัญชีทรัพย์อันดับ ๒ โจทก์และจำเลยตกลงกันไม่ได้โจทก์จึงขอให้ศาลสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์นั้นออกขายทอดตลาด เพื่อเอาเงินแบ่งกันตามส่วน ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าทรัพย์ดังกล่าวเป็นของผู้ร้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์จำเลยพิพาทกันด้วยเรื่องมรดกของนายแดงเมื่อโจทก์จำเลยตกลงประนีประนอมยอมความกันโดยแบ่งมรดกกันตามส่วนซึ่งศาลได้พิพากษาให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว กองมรดกของนายแดงก็ตกเป็นทรัพย์สินซึ่งโจทก์จำเลยต่างมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน อันโจทก์จำเลยจักต้องนำมาแบ่งปันกันตามส่วนเมื่อไม่สามารถตกลงแบ่งกันเองได้ กรณีจึงต้องนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๖๔ วรรคสอง มาใช้บังคับ ดังนั้นการที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของรวมขอให้ศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์พิพาทออกขายทอดตลาด จึงเป็นการร้องขอให้ศาลกำหนดวิธีการแบ่งทรัพย์สินระหว่างเจ้าของรวมเท่านั้น โจทก์ก็ดีจำเลยก็ดี หาใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อกันและกันไม่กรณีจึงมิใช่เป็นการร้องขอให้บังคับคดีตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขัดทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๘ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2041/2525 นางบาง ไข่พรมราช กับพวก โจทก์ นางทิม ไข่พรมราช จำเลย นายกัน แสงสุข ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบาง ไข่พรมราช กับพวก · จำเลย - นางทิม ไข่พรมราช · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายกัน แสงสุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสาท บุณยรังษี · ไพบูลย์ ไวกาสี · ชูเชิด รักตะบุตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา · ศาลอุทธรณ์ - นายพิชัย วุฒิจำนงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 7677/2557ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 2503/2523ฎีกา 945/2504ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1228/2539ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 1492/2510ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 541/2509ฎีกา 1413/2508ฎีกา 1902/2494ฎีกา 635/2511ฎีกา 1561-1562/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา